Who is who
ABACA Committee




ABACA PROFILE
Jan - April 2008
<- Previous Issues->


CGA VISA CARD


 
 
 
“ABAC 35 ปี กับการช่วยเศรษฐกิจไทย”
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอน ซึ่งก่อตั้งโดยมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย เพื่อสนองตอบความต้องการส่วนบุคคล และความต้องการของชาติในสาขาวิชาต่าง ๆ อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้บุกเบิกการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมที่จะรองรับการเจริญเติบโตของประเทศทางด้านการบริหารจัดการ ด้านธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ใช้ชื่อว่า Assumption School of Business (ASB) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดการศึกษาเพื่อ“ความเป็นเลิศและถึงพร้อมด้วยจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ” ตามหลักปรัชญาของสถาบันการศึกษาคาทอลิก ต่อมาในปี พ.ศ. 2515 ได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการ โดยใช้ชื่อว่า “วิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ” (Assumption Business Administration College) หรือเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อว่า ABAC และในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัย และใช้ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ” (Assumption University)
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมี 3 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตหัวหมาก วิทยาเขตบางนา และABAC City Campus วิทยาเขตหัวหมากเป็นวิทยาเขตแรก ก่อตั้งบนพื้นที่กว่า 17 ไร่ ในซอยรามคำแหง 24 มีการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทั้งหมด 10 คณะ (39 หลักสูตร) ปริญญาโท 9 คณะ (31 หลักสูตร) และปริญญาเอก 5 คณะ (11 หลักสูตร) สำหรับวิทยาเขตบางนาเป็นวิทยาเขตใหม่บนพื้นที่กว่า 360 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม. 26 มีการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทั้งหมด 3 คณะและ ABAC City Campus ตั้งอยู่ในอาคารเอ็มโพเรี่ยม ชั้น 19 เป็นวิทยาเขตที่จัดตั้งขึ้นมา สำหรับหลักสูตรอบรมสัมมนาและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ
ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ในการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุถึงซึ่งความเป็นเลิศทางวิชาการ เพื่อยังประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม มหาวิทยาลัยจึงได้มีการพัฒนาทุกด้านอันรวมถึงการพัฒนาทางด้านวิชาการต่างๆ อย่างต่อเนื่องกันมา โดยได้ขยายหลักสูตรเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเพียงคณะบริหารธุรกิจคณะเดียว ปัจจุบันมหาวิทยาลัยดำเนินการเรียนการสอนในหลักสูตรต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ เป็นจำนวนถึง 26 หลักสูตร ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ จำนวน 25 หลักสูตร ซึ่งนับได้ว่ามีความหลากหลายของหลักสูตรทั้งทางด้านบริหารธุกิจ และเทคโนโลยีสารสนเทศมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังจัดการศึกษาในแขนงอื่น ๆ ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ จิตวิทยาการให้คำปรึกษา ปรัชญา ศาสนา ศึกษาศาสตร์ และการจัดการการท่องเที่ยว เป็นต้น

หลักสูตรนานาชาติแห่งแรก

มหาวิทยาลัยได้เปิดดำเนินการจัดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอนเป็นแห่งแรกของประเทศ ตั้งแต่แรกเริ่มเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2512 และพยายามแสวงหาช่องทางหรือวิธีการหลากหลายรูปแบบที่จะให้ความรู้ ทักษะและความสามารถแก่นักศึกษาตามมาตรฐานสากล ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรนานาชาติ โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน ใช้ระบบการเรียนการสอนและตำราเรียนที่เป็นมาตรฐานเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอนอย่างจริงจัง
นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินความตกลงร่วมมือแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ จำนวน 55 แห่ง ใน 19 ประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อประมวลองค์ความรู้จากต่างประเทศที่มีความแตกต่างหลากหลายให้นักศึกษาจะได้มีความรู้ความเข้าใจในภาพรวมของความเป็นธุรกิจระดับนานาชาติสากล เพิ่มโอกาสของนักศึกษาที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติโดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาในต่างประเทศ อันจะนำไปสู่ประโยชน์ทางอ้อมต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

ค่าเล่าเรียนเพื่อคนไทย

มหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรของแต่ละคณะ/สาขาวิชา ต่ำกว่าหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ภายในประเทศอีกหลายมหาวิทยาลัย โดยที่ระดับปริญญาตรี เริ่มต้นที่หน่วยกิตละ 1,600 บาท ระดับปริญญาโท เริ่มต้นที่หน่วยกิตละ 2,000 บาท และระดับปริญญาเอก เริ่มต้นที่หน่วยกิตละ 2,500 บาท และยิ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามากหลายเท่าตัว ผู้ปกครองจึงนิยมส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของมหาวิทยาลัย แทนที่จะส่งไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น ประมาณ 20,000 คน ทำให้สามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายได้ ไม่น้อย และในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเศรษฐกิจของประเทศชาติได้ โดยสามารถรักษาเงินตราไม่ให้รั่วไหลออกนอกประเทศได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย


ประเทศ ค่าหน่วยกิต ค่าใช้จ่ายส่วนตัว
บาท US$ บาท US$
สหรัฐอเมริกา 600,000 15,000 560,000 14,000
อังกฤษ 480,000 12,000 520,000 13,000
ออสเตรเลีย 240,000 6,000 240,000 6,000
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ* 75,000 - 120,000 1,875 - 3,000 120,000 3,000
มหาวิทยาลัยอื่นๆในประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) 140,000 - 274,800 3,500 - 6,870 120,000 3,000

การนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ

ในแต่ละภาคการศึกษา นักศึกษาชาวต่างชาติจำนวนมากกว่า 2,000 คน จากกว่า 60 ประเทศ ได้ให้ความเชื่อถือและยอมรับในมาตรฐานการจัดการศึกษา เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน ทำให้มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ 300 - 400 ล้านบาท ทั้งส่วนที่เป็นค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายส่วนตัว นับว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติในอีกทางหนึ่ง
นอกจากนั้น ยังมีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศจากผู้ปกครอง ญาติมิตร และเพื่อนฝูงของนักศึกษาต่างชาติอีกหลายพันคนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในแต่ละปีอีกด้วย

บทบาทของศิษย์เก่า

ตลอดระยะเวลา 35 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิต ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานภาคธุรกิจเป็นจำนวนหลายหมื่นคน จากการสำรวจพบว่ากว่า 60 % ของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาสามารถก่อตั้งบริษัทและมีธุรกิจเป็นของตัวเอง (Entrepreneur) รวมทั้งได้เข้าอยู่ในองค์กรธุรกิจที่มีชื่อเสียงในฐานะบุคลากรมืออาชีพ ด้วยเหตุนี้เองทำให้มหาวิทยาลัยได้มีชื่อเสียงจนได้รับการกล่าวขานในฐานะ “ผู้บุกเบิกในการสร้างผู้ประกอบการแห่งอนาคต (Pioneers in Creating the Entrepreneurs of Tomorrow)” ซึ่งปัจจุบันบุคคลเหล่านี้ได้เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นผู้บริหารระดับสูง มีบทบาทสำคัญๆ ในภาครัฐและบริษัทเอกชนชั้นนำ ในการกำหนดนโยบายต่างๆ ซึ่งจะส่งผลโดยรวมต่อการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจ และผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของประเทศ (GDP) อย่างสำคัญ

Dummy Company

มหาวิทยาลัยเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งบริษัทธุรกิจจำลอง (Dummy Company) เพื่อบ่มเพาะความคิดเชิงธุรกิจสำหรับนักศึกษา โดยจะให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานภาคสนามจริงในช่วงปิดภาคฤดูร้อน มีการจัดระบบบริหารทางด้านองค์กร การตลาด การขาย และมีเป้าหมายเหมือนการประกอบธุรกิจเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้นักศึกษาพร้อมทำงานได้ทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา โครงการ Dummy Company ของ ABAC ถือเป็น Role Model ที่ โดดเด่นจนปัจจุบันบริษัทเอกชนชั้นนำต่างๆ ให้การยอมรับ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ยึดถือเป็นต้นแบบในการผลิตบัณฑิตแบบเดียวกัน


จุดดึงดูดนักท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับระบบการจัดสภาพแวดล้อม เพื่อเอื้ออำนวยต่อการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบการก่อสร้างและตกแต่งอาคารสถานที่สำหรับการเรียนการสอน การจัดการระบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับนักศึกษา มหาวิทยาลัยได้ลงทุนไปกว่า 6,000 ล้านบาทในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างอิตาลีในยุคเรเนซองค์และสถาปัตยกรรมไทย เพื่อให้มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา เป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เน้นเฉพาะหลักสูตรการศึกษา คณาจารย์ แต่ยังให้ความสำคัญกับสถานที่เรียน หอพัก และสิ่งแวดล้อมอย่างโอ่อ่า ภูมิฐาน เพื่อการเชิดหน้าชูตาให้ประเทศชาติ และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มักมีชาวต่างชาติแวะเวียนมาชม ซึ่งสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของผู้ปกครองชาวต่างประเทศในการตัดสินใจส่งบุตรหลานมาศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งถือเป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้ในระดับหนึ่ง


ความเป็นสังคมนานาชาติ

เนื่องจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากกว่า 2,200 คน จากกว่า 60 ประเทศ ทั่วโลก คิดเป็น 10.5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด รวมทั้งมีจำนวนคณาจารย์ชาวต่างชาติมากกว่า 35 ประเทศ จำนวน 389 คน จากอาจารย์ทั้งหมดจำนวน 1,229 คน ทำให้สังคมของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีความเป็นสังคมนานาชาติที่แท้จริง การศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้
วัฒนธรรมในระดับนานาชาติจากเพื่อนนักศึกษาจากประเทศต่างๆ และฝึกทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศจาก เจ้าของภาษาโดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีสำหรับนักธุรกิจและ ผู้ประกอบการของประเทศในอนาคต


ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ

ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ ในแวดวงธุรกิจ ซึ่งมีการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ จึงมุ่งมั่น คิดค้น และพัฒนาหลักสูตร และสื่อการสอนใหม่ๆ ทำให้นักศึกษามีการพัฒนาทักษะและศักยภาพของตนเองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในปัจจุบัน อันจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็น รากฐานที่มั่นคงของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย จนอาจกล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ


การเป็นที่ยอมรับขององค์กรและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
-
The U.S. Veterans Administration, Washington D.C.ให้การรับรองมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเพียง แห่งเดียวในประเทศไทย
-
ปี พ.ศ. 2544 มหาวิทยาลัยได้รับรางวัลคุณภาพ “Prime Minister’s Export Award” ด้านผู้ให้บริการด้านการศึกษาดีเด่น
-
ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างสถาบันจำนวน 30 สถาบันใน 12 ประเทศ
-
นักศึกษาสามารถเทียบวิชาและโอนหน่วยกิตไปศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และประเทศอื่น ๆ ในภาคพื้นยุโรป
-
บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา สามารถเข้ารับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก ได้แก่ มหาวิทยาลัย Harvard สถาบัน Massachusetts Institute of Technology (MIT), มหาวิทยาลัย Cornell, Columbia เป็นต้น
-
บัณฑิตและศิษย์เก่าสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน และประสบความสำเร็จในองค์กรหรือบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ
-
เป็นเจ้าของสถาบันวิจัย ABAC POLL ที่ได้รับความเชื่อถือทั้งจากหน่วยงานราชการและองค์กร เอกชน
-
เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สมาคมอินเตอร์เน็ตโลก (The Internet Society)
-
ได้รับเกียรติให้เป็นที่ตั้งของ Sunsite Thailand เป็นสาขาที่ 9 ของโลก และเป็นสาขาที่ 2 ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
-
เป็นผู้แทนของ Cisco Networking Academy แห่งแรกของภูมิภาคเอเชีย
 
 

Copyright © 2004: Assumption University Alumni Association All rights reserved.
Developed by WebPlant.net