| ABAC 35 ปี กับการช่วยเศรษฐกิจไทย |
 มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
เป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการสอน
ซึ่งก่อตั้งโดยมูลนิธิคณะภราดาเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
เพื่อสนองตอบความต้องการส่วนบุคคล และความต้องการของชาติในสาขาวิชาต่าง
ๆ อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้บุกเบิกการพัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมที่จะรองรับการเจริญเติบโตของประเทศทางด้านการบริหารจัดการ
ด้านธุรกิจ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2512 ใช้ชื่อว่า Assumption
School of Business (ASB) โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการจัดการศึกษาเพื่อความเป็นเลิศและถึงพร้อมด้วยจริยธรรมและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
ตามหลักปรัชญาของสถาบันการศึกษาคาทอลิก ต่อมาในปี พ.ศ.
2515 ได้รับการสถาปนาอย่างเป็นทางการ โดยใช้ชื่อว่า วิทยาลัยอัสสัมชัญบริหารธุรกิจ
(Assumption Business Administration College) หรือเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อว่า
ABAC และในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2533 ได้รับการอนุมัติให้เปลี่ยนเป็นมหาวิทยาลัย
และใช้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (Assumption University)
 ปัจจุบันมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมี
3 วิทยาเขต ได้แก่ วิทยาเขตหัวหมาก วิทยาเขตบางนา และABAC
City Campus วิทยาเขตหัวหมากเป็นวิทยาเขตแรก ก่อตั้งบนพื้นที่กว่า
17 ไร่ ในซอยรามคำแหง 24 มีการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทั้งหมด
10 คณะ (39 หลักสูตร) ปริญญาโท 9 คณะ (31 หลักสูตร) และปริญญาเอก
5 คณะ (11 หลักสูตร) สำหรับวิทยาเขตบางนาเป็นวิทยาเขตใหม่บนพื้นที่กว่า
360 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด กม. 26 มีการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีทั้งหมด
3 คณะและ ABAC City Campus ตั้งอยู่ในอาคารเอ็มโพเรี่ยม
ชั้น 19 เป็นวิทยาเขตที่จัดตั้งขึ้นมา สำหรับหลักสูตรอบรมสัมมนาและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจระหว่างประเทศ
 ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ในการจัดการศึกษาเพื่อให้บรรลุถึงซึ่งความเป็นเลิศทางวิชาการ
เพื่อยังประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม มหาวิทยาลัยจึงได้มีการพัฒนาทุกด้านอันรวมถึงการพัฒนาทางด้านวิชาการต่างๆ
อย่างต่อเนื่องกันมา โดยได้ขยายหลักสูตรเพิ่มเติมจากเดิมที่มีเพียงคณะบริหารธุรกิจคณะเดียว
ปัจจุบันมหาวิทยาลัยดำเนินการเรียนการสอนในหลักสูตรต่าง
ๆ ที่เกี่ยวกับการบริหารธุรกิจ เป็นจำนวนถึง 26 หลักสูตร
ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและคอมพิวเตอร์ จำนวน 25 หลักสูตร
ซึ่งนับได้ว่ามีความหลากหลายของหลักสูตรทั้งทางด้านบริหารธุกิจ
และเทคโนโลยีสารสนเทศมากเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังจัดการศึกษาในแขนงอื่น
ๆ ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ นิเทศศาสตร์ นิติศาสตร์
สถาปัตยกรรมศาสตร์ เทคโนโลยีชีวภาพ จิตวิทยาการให้คำปรึกษา
ปรัชญา ศาสนา ศึกษาศาสตร์ และการจัดการการท่องเที่ยว เป็นต้น
|
หลักสูตรนานาชาติแห่งแรก
 มหาวิทยาลัยได้เปิดดำเนินการจัดการศึกษาหลักสูตรนานาชาติ
โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อการเรียนการสอนเป็นแห่งแรกของประเทศ
ตั้งแต่แรกเริ่มเปิดดำเนินการในปี พ.ศ. 2512 และพยายามแสวงหาช่องทางหรือวิธีการหลากหลายรูปแบบที่จะให้ความรู้
ทักษะและความสามารถแก่นักศึกษาตามมาตรฐานสากล ได้แก่ การจัดการเรียนการสอนเป็นหลักสูตรนานาชาติ
โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน ใช้ระบบการเรียนการสอนและตำราเรียนที่เป็นมาตรฐานเดียวกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ
การนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการเรียนการสอนอย่างจริงจัง
 นอกจากนี้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินความตกลงร่วมมือแลกเปลี่ยนทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาชั้นนำในต่างประเทศ
จำนวน 55 แห่ง ใน 19 ประเทศ โดยมีจุดประสงค์เพื่อประมวลองค์ความรู้จากต่างประเทศที่มีความแตกต่างหลากหลายให้นักศึกษาจะได้มีความรู้ความเข้าใจในภาพรวมของความเป็นธุรกิจระดับนานาชาติสากล
เพิ่มโอกาสของนักศึกษาที่จะได้เรียนรู้วัฒนธรรมต่างชาติโดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาในต่างประเทศ
อันจะนำไปสู่ประโยชน์ทางอ้อมต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ
|
| ค่าเล่าเรียนเพื่อคนไทย มหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรของแต่ละคณะ/สาขาวิชา
ต่ำกว่าหลักสูตรนานาชาติของมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ภายในประเทศอีกหลายมหาวิทยาลัย
โดยที่ระดับปริญญาตรี เริ่มต้นที่หน่วยกิตละ 1,600 บาท
ระดับปริญญาโท เริ่มต้นที่หน่วยกิตละ 2,000 บาท และระดับปริญญาเอก
เริ่มต้นที่หน่วยกิตละ 2,500 บาท และยิ่งเมื่อนำมาเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศ
มหาวิทยาลัยมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามากหลายเท่าตัว ผู้ปกครองจึงนิยมส่งบุตรหลานเข้ารับการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ
ของมหาวิทยาลัย แทนที่จะส่งไปศึกษาต่อยังต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้มีจำนวนนักศึกษาทั้งสิ้น
ประมาณ 20,000 คน ทำให้สามารถประหยัดเงินค่าใช้จ่ายได้
ไม่น้อย และในขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเศรษฐกิจของประเทศชาติได้
โดยสามารถรักษาเงินตราไม่ให้รั่วไหลออกนอกประเทศได้อีกทางหนึ่งอีกด้วย
|
| ประเทศ |
ค่าหน่วยกิต |
ค่าใช้จ่ายส่วนตัว |
| บาท |
US$ |
บาท |
US$ |
| สหรัฐอเมริกา |
600,000 |
15,000 |
560,000 |
14,000 |
| อังกฤษ |
480,000 |
12,000 |
520,000 |
13,000 |
| ออสเตรเลีย |
240,000 |
6,000 |
240,000 |
6,000 |
| มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ* |
75,000 - 120,000 |
1,875 - 3,000 |
120,000 |
3,000 |
| มหาวิทยาลัยอื่นๆในประเทศ (หลักสูตรนานาชาติ) |
140,000 - 274,800 |
3,500 - 6,870 |
120,000 |
3,000 |
|
การนำเงินตราต่างประเทศเข้าประเทศ
 ในแต่ละภาคการศึกษา
นักศึกษาชาวต่างชาติจำนวนมากกว่า 2,000 คน จากกว่า 60
ประเทศ ได้ให้ความเชื่อถือและยอมรับในมาตรฐานการจัดการศึกษา
เข้ารับการศึกษาในหลักสูตรต่าง ๆ ที่มหาวิทยาลัยเปิดสอน
ทำให้มีเงินตราต่างประเทศไหลเข้าประเทศไม่ต่ำกว่าปีละ
300 - 400 ล้านบาท ทั้งส่วนที่เป็นค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายส่วนตัว
นับว่าเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศชาติในอีกทางหนึ่ง

นอกจากนั้น ยังมีรายได้เป็นเงินตราต่างประเทศจากผู้ปกครอง
ญาติมิตร และเพื่อนฝูงของนักศึกษาต่างชาติอีกหลายพันคนที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยในแต่ละปีอีกด้วย
|
บทบาทของศิษย์เก่า
ตลอดระยะเวลา
35 ปีที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้ผลิตบัณฑิตและมหาบัณฑิต
ซึ่งเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานภาคธุรกิจเป็นจำนวนหลายหมื่นคน
จากการสำรวจพบว่ากว่า 60 % ของนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาสามารถก่อตั้งบริษัทและมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
(Entrepreneur) รวมทั้งได้เข้าอยู่ในองค์กรธุรกิจที่มีชื่อเสียงในฐานะบุคลากรมืออาชีพ
ด้วยเหตุนี้เองทำให้มหาวิทยาลัยได้มีชื่อเสียงจนได้รับการกล่าวขานในฐานะ
ผู้บุกเบิกในการสร้างผู้ประกอบการแห่งอนาคต (Pioneers
in Creating the Entrepreneurs of Tomorrow) ซึ่งปัจจุบันบุคคลเหล่านี้ได้เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นผู้บริหารระดับสูง
มีบทบาทสำคัญๆ ในภาครัฐและบริษัทเอกชนชั้นนำ ในการกำหนดนโยบายต่างๆ
ซึ่งจะส่งผลโดยรวมต่อการเจริญเติบโตของภาคธุรกิจ และผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติของประเทศ
(GDP) อย่างสำคัญ
|
| Dummy Company มหาวิทยาลัยเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งบริษัทธุรกิจจำลอง
(Dummy Company) เพื่อบ่มเพาะความคิดเชิงธุรกิจสำหรับนักศึกษา
โดยจะให้นักศึกษาได้ปฏิบัติงานภาคสนามจริงในช่วงปิดภาคฤดูร้อน
มีการจัดระบบบริหารทางด้านองค์กร การตลาด การขาย และมีเป้าหมายเหมือนการประกอบธุรกิจเอกชนอย่างเต็มรูปแบบ
ทำให้นักศึกษาพร้อมทำงานได้ทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา โครงการ
Dummy Company ของ ABAC ถือเป็น Role Model ที่ โดดเด่นจนปัจจุบันบริษัทเอกชนชั้นนำต่างๆ
ให้การยอมรับ และมหาวิทยาลัยอื่นๆ ยึดถือเป็นต้นแบบในการผลิตบัณฑิตแบบเดียวกัน
|
จุดดึงดูดนักท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับระบบการจัดสภาพแวดล้อม
เพื่อเอื้ออำนวยต่อการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการออกแบบการก่อสร้างและตกแต่งอาคารสถานที่สำหรับการเรียนการสอน
การจัดการระบบสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สำหรับนักศึกษา
มหาวิทยาลัยได้ลงทุนไปกว่า 6,000 ล้านบาทในการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างอิตาลีในยุคเรเนซองค์และสถาปัตยกรรมไทย
เพื่อให้มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ วิทยาเขตบางนา เป็นสถาบันการศึกษาที่ไม่เน้นเฉพาะหลักสูตรการศึกษา
คณาจารย์ แต่ยังให้ความสำคัญกับสถานที่เรียน หอพัก และสิ่งแวดล้อมอย่างโอ่อ่า
ภูมิฐาน เพื่อการเชิดหน้าชูตาให้ประเทศชาติ และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มักมีชาวต่างชาติแวะเวียนมาชม
ซึ่งสามารถช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศ และเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของผู้ปกครองชาวต่างประเทศในการตัดสินใจส่งบุตรหลานมาศึกษาเล่าเรียนที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ซึ่งถือเป็นการช่วยเศรษฐกิจของประเทศได้ในระดับหนึ่ง
|
ความเป็นสังคมนานาชาติ เนื่องจากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีจำนวนนักศึกษาต่างชาติมากกว่า
2,200 คน จากกว่า 60 ประเทศ ทั่วโลก คิดเป็น 10.5 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนนักศึกษาทั้งหมด
รวมทั้งมีจำนวนคณาจารย์ชาวต่างชาติมากกว่า 35 ประเทศ จำนวน
389 คน จากอาจารย์ทั้งหมดจำนวน 1,229 คน ทำให้สังคมของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
มีความเป็นสังคมนานาชาติที่แท้จริง การศึกษาที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้สัมผัสและเรียนรู้
วัฒนธรรมในระดับนานาชาติจากเพื่อนนักศึกษาจากประเทศต่างๆ
และฝึกทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศจาก เจ้าของภาษาโดยตรง
โดยไม่จำเป็นต้องไปศึกษาในต่างประเทศ ซึ่งเป็นรากฐานที่ดีสำหรับนักธุรกิจและ
ผู้ประกอบการของประเทศในอนาคต
|
ความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ
ในแวดวงธุรกิจ ซึ่งมีการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่ง มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญได้ตระหนักถึงความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
จึงมุ่งมั่น คิดค้น และพัฒนาหลักสูตร และสื่อการสอนใหม่ๆ
ทำให้นักศึกษามีการพัฒนาทักษะและศักยภาพของตนเองด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
เพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจในปัจจุบัน
อันจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรที่มีประสิทธิภาพซึ่งเป็น
รากฐานที่มั่นคงของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย จนอาจกล่าวได้ว่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
|
การเป็นที่ยอมรับขององค์กรและสถาบันการศึกษาชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ
|
| - |
The U.S. Veterans
Administration, Washington D.C.ให้การรับรองมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญเพียง
แห่งเดียวในประเทศไทย |
| - |
ปี พ.ศ. 2544 มหาวิทยาลัยได้รับรางวัลคุณภาพ
Prime Ministers Export Award ด้านผู้ให้บริการด้านการศึกษาดีเด่น |
| - |
ดำเนินโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างสถาบันจำนวน
30 สถาบันใน 12 ประเทศ |
| - |
นักศึกษาสามารถเทียบวิชาและโอนหน่วยกิตไปศึกษาต่อยังมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย
นิวซีแลนด์ และประเทศอื่น ๆ ในภาคพื้นยุโรป |
| - |
บัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา สามารถเข้ารับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น
ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก
ได้แก่ มหาวิทยาลัย Harvard สถาบัน Massachusetts
Institute of Technology (MIT), มหาวิทยาลัย Cornell,
Columbia เป็นต้น |
| - |
บัณฑิตและศิษย์เก่าสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงาน
และประสบความสำเร็จในองค์กรหรือบริษัทชั้นนำต่าง
ๆ ทั้งในและต่างประเทศ |
| - |
เป็นเจ้าของสถาบันวิจัย ABAC
POLL ที่ได้รับความเชื่อถือทั้งจากหน่วยงานราชการและองค์กร
เอกชน |
| - |
เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง สมาคมอินเตอร์เน็ตโลก
(The Internet Society) |
| - |
ได้รับเกียรติให้เป็นที่ตั้งของ
Sunsite Thailand เป็นสาขาที่ 9 ของโลก และเป็นสาขาที่
2 ในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ |
| - |
เป็นผู้แทนของ Cisco Networking
Academy แห่งแรกของภูมิภาคเอเชีย |
|