Who is who
ABACA Committee




ABACA PROFILE
Jan - April 2007
<- Previous Issues->


CGA VISA CARD


 
Overhornsound Overhorn โอเวอร์ฮอร์น ซาวด์ เครื่องเสียงรถยนต์
Overhornsound Overhorn โอเวอร์ฮอร์น ซาวด์ เครื่องเสียงรถยนต์
   
SriLanta Summer Bonus Package
Effective : Now- 30 April, 2005
Package rate : Baht 9,500.-net/package (Twin sharing) Features
> 3 days 2 nights accommodation in Cottage
> Daily American breakfast
> Welcome drink upon arrival
> Welcome fruit basket in villa on your arrival
> Round trip transfer Krabi airport - SriLanta
> Spa treatment 1 hour at SriSpa
> Morning Yoga
> SriLanta Souvenir
Special offer
**Free 1 set dinner at Surya Chandra restaurant**
Conditions
- Package valid for ABAC member
- Extra night charge Baht 2,000.-/night/villa including
American breakfast.
- Surcharge upgrade to Veranda villa Baht 500.-/night/villa
- Surcharge upgrade to Star Path villa Baht 1,000.-/night/villa
For more information, please contact SriLanta Bangkok Sales office
Tel.: +66 2 712 8858 or E-mail: srilanta@srilanta.com


กว่าจะแบ่งเวลาไปเที่ยวแม้สักวันก็ดูเป็นเรื่องยากเต็มที ฉะนั้นเมื่อสบโอกาสจะได้พักผ่อนเต็มๆ ซัก 4 วัน เราจึงต้องเลือกสถานที่ ที่ถูกใจจากการหาบนอินเตอร์เน็ตและสอบถามนักเดินทาง นักเที่ยวทั้งหลาย และก็มาลงเอยที่แพ็กเกจสำหรับคู่ฮันนีมูน 3 คืน 4 วัน ที่ ศรีลันตา รีสอร์ทสไตล์ oriental บนเกาะลันตา จ.กระบี่เราเลือกเดินทางขาไปโดยรถบัสแบบ 24 ที่นั่งออกเดินทางตอน 2 ทุ่มจากสถานีขนส่งสายใต้ ใช้เวลาประมาณ10 ชั่วโมง เมื่อไปถึงสถานีปลายทางที่กระบี่ ก็นั่งรถ 2 แถวขนาดเล็กไปยังบริเวณท่าเรือ พอมีเวลาให้เดินดูบริเวณรอบๆ พร้อมกับตุนเสบียงบางอย่างไปเผื่อฉุกเฉิน เวลาประมาณ 9 โมงเช้า เรือใหญ่ก็เริ่มออกเดินทางใช้เวลาประมาณ 1ชั่วโมงครึ่ง ทะเลสวยมากยากที่จะบรรยาย และเมื่อไปถึง ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพนักงานที่มาฝึกงานช่วงปิดเทอม ในชุดเสื้อยืด กระโปรงผ้าฝ้าย อีกทั้งยังมีเครื่องดื่มนำมาบริการต้อนรับอีกด้วย ระหว่างที่นั่งรอ ก็นั่งทึ่งไปกับ lobby ของรีสอร์ทที่จัดแบบเปิดโล่ง และเฟอร์นิเจอร์รูปไข่ยักษ์ดูเก๋ไก๋ ในระหว่างที่นั่งรอกันอยู่ไม่ถึงอึดใจ พนักงานสาวสวยก็พาเราไปยังห้องพักบนเนินเขา และตรงทางขึ้นบันได มีโอ่งขนาดย่อมสลักลายดอกลันทม พร้อมกระบวยกะลามะพร้าว ใช้สำหรับตักน้ำล้างเท้าก่อนขึ้นที่พัก
เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป ก็ได้แต่ดีใจที่ตัดสินใจมาที่นี่ เพราะเตียงนอนโรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้อนรับคู่ฮันนีมูนโดยเฉพาะ ราวตากผ้าเป็นแบบบันไดไม้ พิงไว้กับผนัง โคมไฟในห้องเป็นสไตล์บาหลี ตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของ รวมทั้งmini fridge ก็ถูกเก็บซ่อนไว้ในตู้ไม้สีเข้ม จนดูเหมือนไม่มีส่วนเกินใดๆมาอยู่ในห้องเลย ห้องน้ำก็เป็นแบบเปิดโล่ง มี toiletries ไว้พร้อม น่าอาบน้ำชมดาวเป็นอย่างยิ่ง รีสอร์ทแห่งนี้ยังคงความเป็นoriental ไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไปสัมผัสกับความสงบเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศของแผ่นฟ้า ผืนน้ำอย่างเต็มที่ หลังจากเก็บของเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็อาบน้ำแต่งตัว เดินสำรวจรอบบริเวณรีสอร์ทและได้สังเกตว่าแขกส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ จะมีไม่กี่คู่ที่เป็นชาวไทย สอบถามพนักงานได้ใจความว่า แขกชาวต่างชาติบางท่านมาพักหลายสัปดาห์แล้ว และบางท่านก็เป็นขาประจำ กลับมาที่นี่ทุกปี มาอยู่ครั้งละนานๆแม้ว่าชายหาดด้านหน้ารีสอร์ทจะไม่ขาวสวยนัก เนื่องจากทรายค่อนข้างจะเป็นสีเทาเข้ม แต่ก็ละเอียดและสะอาด และที่ยากจะต้านทานได้ก็คือ ภาพของพระอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าอยู่ตรงหน้ารีสอร์ทนี่เอง
ร้านอาหาร Surya Chandra แบบเปิดโล่ง สไตล์บาหลี มีทั้งแบบนั่งกับเบาะ หรือแบบนั่งบนเก้าอี้ ทั้งในร่มและด้านนอก แต่ที่เราเลือกก็เป็นที่นั่งที่ติดทะเลมากที่สุด แสงไฟ แสงเทียนตามจุดต่างๆของรีสอร์ทช่างโรแมนติกเสียเหลือเกิน เสียงคลื่นกระทบฝั่ง ลมทะเลพัดมาเอื่อยๆ กับอาหารจานอร่อย และบริการที่แสนจะสุภาพของพนักงานที่นี่ ทำให้เป็นมื้อค่ำริมทะเลที่ไม่ธรรมดาเลย พออิ่มแล้ว ก็ยิ่งเงียบ เลยตัดสินใจไปนั่งดื่มกันต่อที่ห้องดูโทรทัศน์ ซึ่งเป็นห้องเล็ก แบบเปิดโล่ง มีหนังสือและนิตยสารไว้ให้อ่านด้วย และในคืนนี้ ก็มีแค่เราสองคนเท่านั้นที่เลือกจะมาอยู่ในห้องนี้ แถมยังมีพนักงานนำน้ำแข็ง แก้ว มาบริการให้ถึงที่อีกด้วย เมื่อเริ่มดึกและสายตาเริ่มล้า เราก็ขอตัวเข้าที่พัก ไปนอนพักผ่อนเอาแรง เตรียมพร้อมสำหรับวันพรุ่งนี้วันนี้ เราจะเข้าไปในตัวเมืองของเกาะลันตา โดยนั่งรถตู้กว้างสบาย ระหว่างทาง เราสามารถขอให้จอดเพื่อถ่ายรูปตามจุดชมวิว และยังได้ผูกมิตรกับคู่หนุ่มสาวที่มาเที่ยวด้วยกัน เราใช้เวลาประมาณชั่วโมงเดินเที่ยวดูของในตัวเมืองที่สิ่งก่อสร้างต่างๆ ทำด้วยไม้หรือไม่เช่นนั้นก็เป็นตึกชั้นเดียว และที่เห็นบ่อยครั้งก็คือบริษัทนำเที่ยวของคนท้องถิ่น เราเลยตัดสินใจสำรวจราคาเดินหาแพ็กเกจไปดำน้ำ แล้วก็ได้คำตอบ เป็น แพ็กเกจดำน้ำที่เกาะรอก พร้อมอาหารกลางวัน และเรือรับ-ส่งถึงที่รีสอร์ทเลย พอเห็นรูปถ่ายของเกาะรอกแล้ว แทบอดใจรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว จากนั้น เราก็เดินเลือกซื้อของติดไม้ติดมือกลับที่พักเล็กน้อย และก็ใช้วันที่เหลือ พักผ่อนเดินไปหาดโน้นหาดนี้ จนหมดไปอีกหนึ่งวันเช้าวันรุ่งขึ้น เราเริ่มต้นวันใหม่ด้วยอาหารเช้า ซึ่งเป็นราคาที่ได้รวมมากับแพ็กเกจแล้ว ที่ร้านอาหาร SuryaChandra อากาศแจ่มใส กับเมนูอาหารตระการตา อีกทั้งเป็นการทำแบบสดๆร้อนๆไม่ใช่เป็น buffetเหมือนโรงแรมทั่วไป เราเลยสั่งไปเสีย 2-3 อย่าง อย่างแรกคือ แพนเค้กราดน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นของโปรด และMuesli แบบสวิส แล้วก็สั่งผลไม้มาทานด้วย ประมาณว่าห่วงสุขภาพจัด ซึ่งแต่ละรายการก็ไม่ได้ทำให้ผิดหวังเลย เมื่อทานอิ่มได้ที่ ยังไม่ทันได้ย่อยอาหาร เรือก็มารับที่หน้ารีสอร์ท พอดีมีเพื่อนร่วมเดินทางรออยู่บนเรือบ้างแล้ว ใช้เวลาไม่นานนัก ก็มาถึงจุดหมายปลายทาง บรรยากาศของเกาะรอก เป็นน้ำใส ฝูงปลาว่ายมาทักทายที่ผิวน้ำ และหาดทรายบริเวณเกาะก็ขาวละเอียด จนเห็นได้ชัดว่า สวรรค์บนดิน อยู่ใกล้แค่ลมหายใจ แต่ละคู่ แต่ละครอบครั งไทยและต่างประเทศ เล่นน้ำ ดำดูฝูงปลาอย่างสนุกสนาน จนได้เวลาอาหารกลางวัน คนขับเรือกับลูกเรือ ก็แปลงร่างเป็นพ่อครัวชั้นเยี่ยม ย่างปิ้ง อาหารทะเลให้เราทานกันที่หน้าชายหาด พร้อมเครื่องดื่มไวน์ เบียร์ ไม่จำกัด ราคาไม่ถึงพันกับ ครึ่งวันที่เกาะรอกนี้เป็นความประทับใจที่อยู่ไม่ไกลจากเกาะลันตา อากาศดีๆกับปลาสวยๆ ทำให้เราดำบนผิวน้ำเพื่อดูปลา จนลืมไปว่า แดดนั้นค่อนข้างร้อน สิ่งที่ได้ตามมาจากวันนั้นคือ หัวไหม้แดด และทั้งคันทั้งแสบ แต่ก็คุ้มค่ากับความเจ็บปวด และยังอยากกลับไปอีกครั้งหากมีโอกาส
เมื่อกลับมาถึงรีสอร์ท ยังลงไปว่ายน้ำต่อที่สระว่ายน้ำหน้าชายหาดของรีสอร์ท ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนได้ว่ายน้ำจืดในทะเล ได้นั่งจิบเครื่องดื่มริมสระ จากนั้นก็เปลี่ยนเสื้อผ้า มานอนพักรับการนวดแผนโบราณที่ลานระเบียงหน้าชายหาด เป็นการผ่อนคลายหลังจากไปบู๊มาทั้งวัน ได้นอนมองตะวันลับขอบฟ้า อ้อยอิ่งกับธรรมชาติ และบอกลาเกาะลันตาเป็นคืนสุดท้าย ก่อนจะจัดกระเป๋าเพื่อเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น โดยมีรถตู้ของทางรีสอร์ทไปส่งถึงสนามบิน1
ความงามของธรรมชาติมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกาลเวลาและสภาพของฟ้าดิน เพียงแค่เราจะก้าวเท้าออกจากบรรยากาศวุ่นวาย และทิ้งชีวิตที่ดิ้นรนในตัวเมือง ไปสูดออกซิเจนเข้าปอดอย่างเต็มที่ปีละครั้ง ก็ฟังดูเข้าท่าดีทีเดียวคลื่นยักษ์สึนามิ เป็นความทรงจำอันน่าสะพรึงกลัวที่อยากจะลืมเลือน และก็คงไม่มีใครสามารถลืมความสูญเสียทั้งหลายได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ความว่า เราจะกลับไปเยี่ยมเยียนผืนน้ำที่สวยงามเหล่านั้น ในฐานะนักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยวไม่ได้ หาดทราย ชายทะเล ฝูงปลา สาหร่าย และน้ำใจงามๆของชาวใต้ ก็ยังคงรอเรากลับไป เพื่อต่อเติมความฝัน และสร้างชีวิตชีวาให้กลับคืนสู่ภาคใต้อีกครั้งถ้าหน้าร้อนนี้ คุณยังไม่รู้จะไปไหน ลองกลับไปเยี่ยมเยียนพวกเขาเหล่านั้นดูก็ได้ ศรีลันตา คืออีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคุณที่ใฝ่หาความสงบ การบริการที่อบอุ่น และความโรแมนติก เกี่ยวก้อยคนรู้ใจ หรือจะไปกันทั้งกลุ่ม ไปให้รางวัลกับชีวิตสัก 3-4 วัน อืม...แค่คิดก็อยากเริ่มจัดกระเป๋าเสียแล้ว ไปพร้อมๆกันเลยไหมคะ?
เจ้าของรีสอร์ท คุณโชคชัย คลศรีชัย
ศิษย์ก่าเอแบครหัส 282

 
 
     
 
 
 

Copyright © 2004: Assumption University Alumni Association All rights reserved.
Developed by WebPlant.net