“สุขภาพเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ใครหลายๆคนมักมองข้าม เราเสียเงินเพื่อดูแลรักษารถราคาแพงๆ ปีละเป็นหมื่น แต่เรากลับไม่ค่อยดูแลสุขภาพตัวเองเท่าไหร่” แพทย์หญิง พักตร์พิไล ทวีสิน ประธาน S Medical Spa สถานบำบัด เพื่อสุขภาพ และความงาม บอกกับเราในบ่ายวันหนึ่ง
          ฟังคุณหมอแล้วก็แอบพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ในใจว่า ในยุคสมัยที่เรากำลังเพลิดเพลินเจริญใจกับการบริโภควัตถุ ทำงาน หนัก สะสมเงินทองเพื่อซื้อหาและดูแลรักษามัน แต่เรากลับมองข้ามการดูแลรักษาเอาใจใส่ตัวเอง
          สำหรับชีวิตคนทำงานที่ต้องเร่งรีบ มีเวลาจำกัดที่ต้องแบ่งสรรปันส่วนให้กับกิจกรรมต่างๆในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องงานที่บริษัท เรื่องครอบครัว เรื่องเพื่อน เรื่องแฟน เรื่องลูก จนอาจจะไม่มีเวลาเหลือสำหรับดูแลตัวเอง วันนี้ Health Tips มีข้อแนะนำง่ายๆ จากแพทย์หญิง พักตร์พิไล มาฝากค่ะ

          คุณหมอบอกว่าจริงๆแล้ว การดูแลตัวเองทำได้ไม่ยาก เพียงยึดหลัก “4 อ” นั่นคือ อาหาร อากาศ อารมณ์ และออกกำลังกาย “อ” แรกคือ “อาหาร” ประโยคที่ว่า “You are what you eat” เราคงได้ยินกันบ่อย เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยากสุขภาพดีก็ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ตามใจปาก และหลีกเลี่ยงอาหารประเภท ผลิตภัณฑ์นม หรืออาหารที่มีน้ำตาล เช่น ขนมหวานต่างๆ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีน และผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการแปรรูป (Processed Food) หรืองดรับประทานของที่ไม่ใหม่สด โดยเน้นรับประทานผักและผลไม้เป็นหลัก ส่วนอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ ถ้าจะรับประทานก็ควรทานก็ควรใช้วิธีต้ม นึ่ง หรือตุ๋น ส่วนประเภทปิ้ง ย่าง หรือทอดนั้นไม่ควรทานบ่อยนักเพราะอาจก่อ ให้เกิดมะเร็งได้
          “อ” ที่สองคือ “อากาศ” สำหรับคนในกรุงเทพฯ ก็คงหลีกเลี่ยงมลภาวะทางอากาศยากสักหน่อย ยิ่งกว่านั้นยามว่าง ยังชอบไปดูหนังหรือไม่ก็เดินห้าง ดังนั้นควรหาเวลาออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ต่างจังหวัดบ้าง หรือง่ายๆก็คือ ไปสวนสาธารณะ เพื่อสัมผัสธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์เพื่อฟอกปอด ส่วนเรื่องการหายใจก็เป็นเรื่องที่เรามักลืม คือเราควรหายใจเข้าให้ช้า ลึก แล้วค่อยๆปล่อยลมหายใจออก วิธีนี้จะทำให้ออกซิเจนเข้าไปในปอดได้อย่างเต็มที่

          “อ” ต่อมาคือ “อารมณ์” คือต้องพยายามทำอารมณ์ให้ดีอยู่เสมอ ถ้าเครียดอาจจะใช้การออกกำลังกายมาช่วย หากิจกรรมที่ทำแล้วคลายเครียด กิจกรรมประเภท Movement Meditation ก็ได้ เช่น เล่นโยคะ และรำจี้กง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังอาจไปเข้าสปา หรือทำสมาธิและสวดมนต์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้ารถติด แทนที่เราจะเครียด ก็ใช้การหายใจดังที่กล่าว ไปแล้วมาช่วย สมองจะได้รับก็าซออกซิเจนเพียงพอ เลือดก็ไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้นอีกด้วย
          “อ” สุดท้ายคือ “ออกกำลังกาย” ควรทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ชอบและต้องมีการเคลื่อนไหว เช่น เล่นกีฬา เต้นรำ และปลูกต้นไม้ในสวนหย่อมที่บ้าน เป็นต้น
          เห็นด้วยไหมคะว่า ที่คุณหมอแนะนำมาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครก็ทำได ้แต่เรามักลืมและมองข้ามไปเท่านั้นเอง เราใช้ “5 ส” ในที่ทำงานแล้ว ต่อไปก็อย่าลืมใช้ “4 อ” กับตัวเองบ้างนะคะ