นักบริหารที่ทำการตลาดเพื่อการ ‘ให้’
นับวันกระแสสินค้าที่อยู่ในหมวดหมู่ “เพื่อสุขภาพ” ได้รับความนิยมอย่างกว้างขว้าง แต่หนึ่งในผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอดเห็นจะหนีไม่พ้น ชื่อของแบรนด์ซุปไก่สกัด
           และหนึ่งในบุคคลที่สร้างชื่อให้แบรนด์เป็นแบรนด์ซุปไก่ที่มีมาร์เก็ตแชร์สูงสุดในท้องตลาด ก็เป็นศิษย์เก่าคนเก่งของมหาวิทยาลัยอัมสัมชัญนี่เอง เขา คือ คุณตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ แม่ทัพทางการตลาด บริษัท เซเรบอส (ประเทศไทย) จำกัด ทันทีที่คุณตุลย์ ได้รับโทรศัพท์จาก Abaca เขาก็รีบจัดสรรเวลามาแบ่งปันประสบการณ์เรื่องดีๆที่ผ่านมากับผู้อ่านได้ฟังกัน คุณตุลย์เล่าว่า
           “ผมเข้าที่มหาวิทยาลัยสาขาการตลาดรหัส 2612566 ถึงวันนี้ก็ยังจำรหัสตัวเองได้เลย ปีนั้นผมสอบเอ็นท์ติดที่คณะเศรษฐศาสตร์ที่ จุฬาฯ แต่ก็ชั่งใจอยากเรียนที่เอแบคมากว่าเพราะคิดว่าภาษาอังกฤษสำคัญสำหรับการทำงานในอนาคต ผมไปเรียนที่เอแบคหัวหมากวันแรกยังจำได้ว่าข้างๆ มหาวิทยาลัยยังเป็นทุ่งอยู่เลย สมัยนั้นแถวรามคำแหงน้ำยังท่วมทุกปี ไปมหาวิทยาลัยลำบากมาก แต่สิ่งที่ผมคิดว่าผมสนุกมากสำหรับการเรียนที่นั่น ก็คือ การได้ประสบการณ์ในการทำงานจริงๆ เช่น ตอนปิดเทมอผมจะไปลงชื่อไว้ ทางมหาวิทยาลัยก็จะหางานให้เราไปฝึก หรือไม่ก็การทำบริษัทจำลองที่ทุกคนต้องรับผิดชอบเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท มันได้ฝึกความเป็นทีมเวิร์กได้เข้าใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ธุรกิจไปได้ ผมจบที่เอแบคมาก็ได้เกียรตินิยมอันดับที่ 2 เอแบคสอนให้นักศึกษาคิดเป็น และมีคุณธรรม เป็นคนเก่งและคนดีไปพร้อมๆ กัน นั่นเป็นสิ่งที่ผมได้รับมา

           คุณตุลย์ให้รายละเอียดในวิชาการตลาดที่เรียนจบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท MBA ด้านนี้ว่า
           “การเรียนการตลาดสำหรับผมมันแตกต่างๆ การเรียนของหมอ หรือของวิศวะ ที่วิธีคิดบางอย่างตายตัว อาการแบบนี้สั่งยาแบบไหน หรือว่าต้องการโครงสร้างรองรับน้ำหนักเท่านี้ ควรคำนวณปริมาณคอนกรีตเท่าไหร่ แต่กลยุทธทางการตลาด ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันพลิกผันตลอดเวลา ความคิดแบบเดิมๆ มักใช้ไม่ได้ผล ทุกครั้งเราต้องเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่หมด ดังนั้นผมบอกได้เลยว่าวิชาการตลาดเรียนในห้องจบมาก็เท่านั้น เรามากางตำราใช้ในชีวิตจริงไม่ได้หรอก แต่คุณต้องเรียนรู้จากสังคมรอบข้างตลอดเวลา ผมโชคดีที่ตัวเองเป็นคนที่สนใจความเป็นไปของสิ่งต่างๆ อยู่แล้ว จึงสนุกกับการสายงานนี้มาตลอดนับสิบปี จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าการตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจทุกประเภท”
           เมื่อมาถึงหัวข้อความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับคุณตุลย์ สิ่งที่เขาตอบอาจเป็นสิ่งที่ผู้อ่านคุ้นหูและบางทีก็อาจเคยเป็นส่วนหนึ่ง
           “ผมคิดว่าแบรนด์ซุปไก่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้ว แต่สำหรับตลาดเมืองไทยผมคิดว่าแบรนด์ก็น่าจะมีคาแรกเตอร์ที่ไปด้วยกันได้กับคนไทย นั่นคือ เรื่องของการให้ จากแนวคิดนี้ ผมจึงเอาเรื่องการตลาดมารับใช้สังคม จนเกิดเป็น ‘โครงการฝาแบรนด์สร้างขาเทียม’ เพราะเราเล็งเห็นว่าปัจจุบันในประเทศไทยยังมีผู้พิการที่ต้องการขาเทียมจำนวนมาก แล้วฝาแบรนด์ก็เป็นอลูมิเนียมที่นำไปผลิตขาเทียมได้ดี เราจึงสร้างแคมเปญ “แบรนด์เพื่อการให้ที่ไม่สิ้นสุด” ให้ผู้ดื่มสุขภาพดี ให้ผู้พิการสามารถเดินได้ สิ้นสุดโครงการเราผลิตขาเทียมได้ 20,000 ขา นอกจากนี้ยังมีโครงการยังบลัด พลังเพื่อเลือดใหม่ เราร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เชิญชวนนักศึกษาทั่วประเทศบริจาคเลือด เราได้โลหิตสำรองมากกว่า 163,300 ยูนิตหรือ 65 ล้านซี.ซี”
           “ผมคิดว่าการให้เป็นสิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเยอะๆ ครับ รู้สึกว่าเมื่อเราให้แล้ว สังคมมันน่าอยู่”