คุณตุลย์ให้รายละเอียดในวิชาการตลาดที่เรียนจบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโท
MBA ด้านนี้ว่า
การเรียนการตลาดสำหรับผมมันแตกต่างๆ
การเรียนของหมอ หรือของวิศวะ ที่วิธีคิดบางอย่างตายตัว อาการแบบนี้สั่งยาแบบไหน
หรือว่าต้องการโครงสร้างรองรับน้ำหนักเท่านี้ ควรคำนวณปริมาณคอนกรีตเท่าไหร่
แต่กลยุทธทางการตลาด ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มันพลิกผันตลอดเวลา ความคิดแบบเดิมๆ
มักใช้ไม่ได้ผล ทุกครั้งเราต้องเปลี่ยนแผนการตลาดใหม่หมด ดังนั้นผมบอกได้เลยว่าวิชาการตลาดเรียนในห้องจบมาก็เท่านั้น
เรามากางตำราใช้ในชีวิตจริงไม่ได้หรอก แต่คุณต้องเรียนรู้จากสังคมรอบข้างตลอดเวลา
ผมโชคดีที่ตัวเองเป็นคนที่สนใจความเป็นไปของสิ่งต่างๆ อยู่แล้ว จึงสนุกกับการสายงานนี้มาตลอดนับสิบปี
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมพบว่าการตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำธุรกิจทุกประเภท
เมื่อมาถึงหัวข้อความสำเร็จที่เกิดขึ้นกับคุณตุลย์
สิ่งที่เขาตอบอาจเป็นสิ่งที่ผู้อ่านคุ้นหูและบางทีก็อาจเคยเป็นส่วนหนึ่ง
ผมคิดว่าแบรนด์ซุปไก่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่มีคุณภาพสูงอยู่แล้ว
แต่สำหรับตลาดเมืองไทยผมคิดว่าแบรนด์ก็น่าจะมีคาแรกเตอร์ที่ไปด้วยกันได้กับคนไทย
นั่นคือ เรื่องของการให้ จากแนวคิดนี้ ผมจึงเอาเรื่องการตลาดมารับใช้สังคม
จนเกิดเป็น โครงการฝาแบรนด์สร้างขาเทียม เพราะเราเล็งเห็นว่าปัจจุบันในประเทศไทยยังมีผู้พิการที่ต้องการขาเทียมจำนวนมาก
แล้วฝาแบรนด์ก็เป็นอลูมิเนียมที่นำไปผลิตขาเทียมได้ดี เราจึงสร้างแคมเปญ
แบรนด์เพื่อการให้ที่ไม่สิ้นสุด ให้ผู้ดื่มสุขภาพดี ให้ผู้พิการสามารถเดินได้
สิ้นสุดโครงการเราผลิตขาเทียมได้ 20,000 ขา นอกจากนี้ยังมีโครงการยังบลัด
พลังเพื่อเลือดใหม่ เราร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เชิญชวนนักศึกษาทั่วประเทศบริจาคเลือด
เราได้โลหิตสำรองมากกว่า 163,300 ยูนิตหรือ 65 ล้านซี.ซี
ผมคิดว่าการให้เป็นสิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเยอะๆ
ครับ รู้สึกว่าเมื่อเราให้แล้ว สังคมมันน่าอยู่