ผู้สะสมของส่วนใหญ่จะสะสมของมีค่า และมักจะมองว่าการสะสมนั้นเป็นการลงทุน ในฉบับนี้ ขอนำเสนอรูปแบบการสะสมที่เป็นการลงทุนจริงๆ คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว ว่าดีน่าสะสมอย่างไร และมีอะไรให้สะสมบ้าง
           โดยทั่วไปกองทุนรวมที่จดทะเบียนในประเทศไทยมีสิทธิพิเศษทางภาษีอยู่แล้ว คือกองทุนเป็นนิติบุคคลที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากดอกเบี้ย เงินปันผล หรือกำไรจากการลงทุน แต่ที่พิเศษกว่าก็คือ การสามารถนำเงินลงทุนไปหักออกจากรายได้พึงประเมินเพื่อเสียภาษีได้ สองรูปแบบนี้คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือที่เรียกว่า Retirement Mutual Funds (RMF) และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ Long-Term Equity Funds (LTF)
           แต่ก็มีเงื่อนไขค่ะ สำหรับกอง RMF เนื่องจากรัฐต้องการให้แรงจูงใจในการออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ ผู้ลงทุนจึงต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี ขาดได้ไม่เกิน 1 ปี คืออย่างน้อยต้องลงทุนปีเว้นปี และระยะเวลาการลงทุนขั้นต่ำคือ 5 ปี และขายคืนได้เมื่ออายุ 55 ปี เงินลงทุนสูงสุดที่สามารถนำไปหักภาษีได้คือ 15% ของรายได้และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพหรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการแล้วไม่เกิน 300,000 บาท
           ตัวอย่าง หากคุณเจษฎา อายุ 50 ปี มีรายได้ 2 ล้านบาทต่อปี เสียภาษีในอัตรา 30% สมมุติว่าบริษัทไม่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้ คุณเจษฎาลงทุนใน RMF ได้สูงสุด 300,000 บาท หากลงทุนในเดือน ธันวาคม 2549 นี้ จะสามารถขายคืนได้ในเดือนธันวาคม 2554 และในปี 2550-2554 ก็ต้องลงทุนอีกอย่างน้อยปีละ 3% ของรายได้ หรือ 5,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนไหนน้อยกว่า โดยคุณเจษฎา สามารถนำเงินลงทุนไปหักออกจากเงินได้พึงประเมินเวลายื่นภาษีปลายปีได้ จึงเท่ากับว่าในปีแรกประหยัดภาษีไปได้ถึง 90,000 บาท (30% ของเงินลงทุน 300,000 บาท) หากลงทุนเพิ่มทุกปี ก็ประหยัดภาษีได้ทุกปีค่ะ
           ผู้ที่อยากจะออมจำนวนสูงสุดนอกจากจะประหยัดภาษีได้เต็มที่แล้ว ยังสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตยามเกษียณอีกด้วย
           ท่านสามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้ตามที่ท่านประสงค์ ปัจจุบันมีกองทุน RMF ให้เลือกทั้งหมด 66 กองทุน จากผู้ประกอบการ 18 ราย มีทั้งแบบที่ลงทุนในตลาดเงิน ซึ่งจะมีความเสี่ยงที่เกิดจากความผันผวนของผลตอบแทนต่ำที่สุด และมีกองทุนพันธบัตรและตราสารหนี้ กองทุนรวมผสมซึ่งจะลงทุนทั้งหุ้นทุนและตราสารหนี้ และกองทุนรวมหุ้นทุน ซึ่งนักวิชาการว่าเอาไว้ว่า การลงทุนระยะยาวควรจะมีการลงทุนในหุ้นด้วยเพื่อสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าในระยะยาว ดิฉันจึงอยากแนะนำกองทุนประเภทผสม หรือผสมแบบยืดหยุ่นค่ะ ซึ่งของบลจ.กสิกรไทย ก็มีให้เลือกถึง 5 กองทุน โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึง 27 ตุลาคม 2549 (10 เดือน) ได้ผลตอบแทนเฉลี่ย 2.92% ถึง 6.54%
           เริ่มจะสนุกแล้วใช่ไหมคะ หากอยากลดภาษีเพิ่มก็ต้องมาดูกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ด้วยค่ะ ชื่อก็บอกแล้วว่าลงทุนในหุ้น โดยผู้จัดการกองทุนต้องลงทุนในหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 65% ดังนั้นผู้ลงทุนสามารถจะเลือกนโยบายลงทุนได้เพียงเฉพาะสัดส่วนการลงทุนในหุ้น ซึ่งเท่าที่มีในปัจจุบันจะมีกองทุนที่มีอัตราส่วนการลงทุนในหุ้นต่ำที่สุดที่ไม่เกิน 70% ในปัจจุบันกองทุน LTF มีให้เลือกถึง 31 กองทุน โดยของบลจ.กสิกรไทย มีให้เลือก 3 กองทุน ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายตุลาคม 2549 (10 เดือน) ได้ผลตอบแทน 5.13-6.33%
           ทั้งนี้ต้องลงทุนเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 5 ปีปฏิทิน เช่นหากลงทุนในเดือนพฤศจิกายน 2549 จำนวน จะสามารถขายคืนได้ในปี 2553 โดยนับ 2549 เป็น 1 ปี และนับ 2553 เป็นอีก 1 ปี
           สำหรับผู้ที่ไม่ชอบเสี่ยง ท่านอาจจะไม่อยากลงทุน แต่ดิฉันจะขอเรียนไว้ว่า หากท่านคิดจะสะสมอะไรเล่นสักอย่าง ขอให้สะสมกองทุน RMF และ LTF เถอะค่ะ นอกจากจะได้แต้มต่อในการลงทุนเพราะนำไปหักภาษีได้แล้ว ยังช่วยให้ท่านได้ออมเงินไว้ใช้ยามไม่มีแรงทำงานอีกด้วย
           สนใจสอบถามได้ตามบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุนทั่วไป หรือที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด โทร. 0-2276-2233 หรือ www.kasikornasset.com ค่ะ หวังว่าท่านคงจะถูกใจกับของเล่นมีประโยชน์ 2 แบบนี้นะคะ
Wiwan Tharahirunchote

 
   
          Most popular big boys’ toys are the expensive collections which the collectors view as “investment”. This issue is featuring the collection that is real investment—Retirement Mutual Funds (RMF), and Long-Term Equity Funds (LTF).
           Why are they so special and what are there to be collected?
           Thai registered mutual funds are tax-exempted entities. That means all the income that the funds receive e.g. interest income, dividend, or capital gain will not be taxable. Better than that, the amount of your investment in RMF and LTF can be tax deductible!
           Since the RMF is meant for you to save for retirement, you must invest every year for at least 5 years and can not redeem until you are 55 years old. You can only omit the investment in every other year.
           If the investor chooses to invest at the maximum amount, not only that he can save his income tax, but he also can have security upon his retirement.
           One can choose to invest in RMF of any types. Currently there are 66 funds available in the market from 18 fund management houses. These include money market funds which have the lowest risk profile Kasikorn Asset Management has 5 funds for you to choose, the performance of which ranged from 2.92% to 6.54% for the past 10 months.
           Sounds good, right? If you would like to have more tax deduction, you should also invest in Long-Term Equity Funds (LTF). The name is self-explained that the investment policy is to invest in equity KAsset has 3 funds which gave the return of 5.13-6.33% in the past 10 months of 2006.
           For those of you who do not like investment risk, you may not want to invest. However, I still insist that should there be any toys you would like to collect, RMF and LTF should definitely be two of them