|
|
|
![]() |
|
|
|
||||||||||||||
|
![]() |
![]() |
![]() ![]() |
คุณอาจเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีโอกาศ
หรือยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจ ะไปเที่ยวงานพืชสวนโลกดีหรือไม่ แต่ถ้าคุณตัดสินใจไป
นั่นหมายถึง คุณได้เป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของงานที่จัดอย่างยิ่งใหญ่
เพื่อเฉลิมพระเกียรติ์ในหลวงของเรา ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดถึง 60 ปี อีกทั้งเพื่อฉลองพระชนมายุครบ
80 พรรษาในปี 2550 ที่กำลังจะมาถึงนี้ด้วย ในการเที่ยวชมงานราชพฤกษ์นี้ แม้จะมีพวกรถมาลัย รถกอล์ฟไว้บริการ แต่อยากแนะนำให้เดิน โดยเฉพาะช่วงหลัง 4 โมงเย็นแดดร่มลมตก เพราะคุณจะได้เที่ยวชมงานทุกซอกมุม ดดยเมื่อผ่านทางเข้าหลักมาแล้ว เส้นทางจะนำคุณผ่านไปยังบริเวณสวนเฉลิมพระเกียรติฯ ที่ส่วนแรกจะเป็นสวนจากองค์กรต่างๆ ในประเทศ ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเป็นการนำทฤษฎีการเกษตรของในหลวง มาเป็นแนวคิดการบริหารจัดสวน แต่ที่มีคนเข้าไปหยุดถ่ายภาพมากที่สุด เห็นจะเป็นสวนของเครือธนาคารกสิกรไทย ที่มีประติมากรรมรูปโขลงช้างขนาดใหญ่ในป่าโปร่ง โดยใช้ชื่อสวนว่า รู้รักสมาัคคี (The Sense of Solidality) มีรูปแบบสวนเป็นป่าโปร่ง ตกแต่งสวนสวย ดวยสัญลักษร์ที่โดดเด่น เป็นโขลงช้าง 9 ตัว ในรูปแบบงานศิลปะร่วมสมัยขนาดเท่าจริงเพื่อสะท้อนถึงพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมุ่งหวังให้คนไทยรู้รักสามัคคี เหมือนดังโขลงช้างที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติ รู้จักหน้าที่ เสียสละ และมีการพึ่งพาอาศัยเกื้อกูลกันในสังคม เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน ภายในสวนได้มีการสอดแทรกการเกษตรตามแนวพระราชดำริ ได้แก่ ป่าและฝ่ายต้นน้ำนาข้าวแบบขั้นบันได และแฝกกันดิน เป็นต้น ถัดจากสวนขององค์กรมา จะเป็นพื้นที่การจัดแสดงสวนของประเทศต่างๆ 31 ประเทศ จาก 4 ทวีปทั่่วโลกซึ่งมาร่วมเฉลิมพระเกียรติในนามของประมุข รัฐบาล และประชาชนของประเทศนั้นๆ การจัดสวจของแต่ละประเทศ นอกจากจะนำพรรณไม้ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะอีกด้วย สวนที่เด่นๆ ก็เช่น สวนประเทศญี่ปุ่น ที่นอกจาก จะมีการจำลองภูเขาไฟฟูจิมาให้ชมแล้ว ยังมีการนำต้นบัวโอกะฮาสุ ที่ได้มาจากการเพาะเมล็ดที่มีอายุกว่า 2000 ปี ต้นบัวพิเศษนี้ได้เคยนำไปจัดแสดงเพียง 2 แห่งในโลกเท่านั้น คือที่พระราชวังอิมพีเรียล แล้วก็ที่มหาวิทยาลัยโตเกียว นอกจากนี้ภายในอาคารของสวนญี่ปุ่นยังมีการจัดแสดงพิธีชงชาให้ชมอีกด้วย ส่วนใครที่ชื่นชอบดอกไม้ และอยากเห็นทุ่งดอกทิวลิปบานสะพรั่ง ก็ชมได้ที่สวนของประเทศเนเธอร์แลนด์ แน่นอนว่างานนี้คงจะขาดกล้วยไม้ ซึ่งได้รับการยกย่องว่า เป็นเสมือนราชินีแห่งมวลหมู่พรรณพฤกษชาติไปไม่ได้ และโซนที่คุณจะต้องไม่พลาดชม ในการมาเยือนงานราชพฤกษ์เลยก็คือ ที่อุทยานกล้วยไม้ รับประกันว่า คุณจะต้องตื่นตะลึงไปกับความงดงามมหัศจรรย์ ของเหล่ากล้วยไม้นับหมื่นสายพันธุ์เป็นแน่ และหลังจากที่คุณอ่มเอมกับความงามของพรรณไม้แล้ว ขอแนะนำให้เข้าชมหอคำหลวง อันเป็นส่วนอาคารจัดแสดงที่โดดเด่นที่สุดของงานเลยก็ว่าได้ สถาปัตยกรรมอันงดงามตระการตาแบบล้านนาประยุกต์นี้ตั้งอยู่ บนเนินบริเวณเชิงเขา ที่เป็นที่ตั้งของวัดพระะาตุดอยคำอันเก่าแก่ ภายในหอคำหลวงมีการจัดแสดงพระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ ที่สำคัญคือเป็นที่ตั้งของต้นไม้แห่งทศพิธราชธรรม ซึ่งมีชื่อว่า ต้นบรมโพธิสมภาร โดยมีใบไม้ 21915 ใบ เท่ากับจำนวนวันที่ทรงครองราชย์ตลอดระยะเวลา 60 ปี โดยจัดทำเป็นอักษรนูนต่ำ ที่มีข้อความเป็นภาษาบาลีเกี่ยวกับเรื่องทศพิธราชธรรม เพื่อเป็นที่สำหรับให้ประชาชนมาสักการะ ส่วนบริเวณชั้นล่างของหอคำหลวง แสดงนิทรรศการศิลปกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ และซุ้มเฉลิมพระเกียรติต่างๆ |
สำหรับใครที่ชอบดอกไม้ใบหญ้า
ขอบอกว่าคุณห้ามพลาดโซนสวนไทยอย่างเด็ดขาด ฟังชื่อแล้วอาจจะนึกว่าเป็นสวนไม้ไทย
เปล่าเลย ขอบอกว่านี่แหละ คือสุดยอดแห่งไฮไลท์ของงานนี้ พื้นที่โซนฝั่งซ้ายของหอคำหลวง
ซึ่งกินพื้นที่ราวครึ่งหนึ่งของงาน คือบริเวณส่วนจัดแสดงสวนและพรรณไม้ประเภทต่างๆ
จากเขตร้อน อันประกอบไปด้วย ส่วนจัดแสดงภายในอาคาร 8 อาคาร และสวนภายนอก 20
สวน ดดยแบ่งเป็นส่วนต่างๆ 5 ส่วนด้วยกัน และที่ถือว่าเป็นสุดยอดแห่งการจัดแสดงพรรณไม้
ก็คือภายในอาคารเรือนร่มไม้ซึ่งมีบริเวณ กว้างขวางถึง 4 ไร่ จัดเป็นโรงเรือนจัดแสดงพรรไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้
ส่วนใครที่สนใจเกี่ยวักบเทคโนโลยีการเกษตร เช่น การขยายพันธุ์พืช หรือการปลูกพืชแบบไร้ดิน
ก็ควรไปแวะชมในอาคารที่จัดแสดงนิทรรศการไบโอเทคโนโลยี แต่ที่น่าสนใจมากคือโรงเรือนจัดแสดงไม้ทะเลทราย
ไม้เมืองหนาว และไม้เขตร้อนชื้น ั้ง 3 แห่งนับเป็นไฮไลท์ที่คุณต้องไปชมเหล่าพรรณไม้สวยงามแปลกตาหายาก
ซึ่งรับประกัว่าคุณจะไม่มีโอกาสไปชมที่ไหนได้อีกแล้ว ถ้าพลาดงานนี้ อันที่จริงหากจะเดินให้ทั่วงานจริงๆ ควรต้องใช้เวลอย่างน้อยสัก 2 วัน เพราะยังมีส่วนจัดแสดงพิเศษต่างๆ ที่ควรค่าแก่การเข้าชมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย ไม่ว่าจะเป็นสวนเกษตรทฤษฎีใหม่ ที่เป็นแหล่งศึกษาเกี่ยวกับพระอัฉริยภาพของ องค์พระมาหากษัตริย์นักการเกษตรผู้ยิ่งใหญ่ของโลก อาคารไม้ผลไทย ที่จัดแสดงทุกเรื่องราวของไม้ผลในรูปแบบนิทรรศการทันสมัย สวนล้านนาเียวงเจ็ดสินที่จัดแสดง ความเกี่ยวพันของผู้คนในดินแดนล้านนา กับเรื่องราวของพรรณไม้ในท้องถิ่น นิทรรศการโลกแมลง ใครที่สนใจเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่น อยางเรื่องสมุนไพรก็ไม่ควรพลาด บริเวณสวนสมุนไพรที่มีพืชสมุนไพรกว่า 400 ชนิดมาจัดแสดงไว้ให้ศึกษาเรียนรู้ ส่วนใครที่ชื่อชอบศิลปวฒนธรรม ก็ต้องไม่พลาดบริเวณหมู่บ้านไทย 4 ภาคที่จำลองวิถีชีวิตขนบประเพณี การละเล่นพื้นบ้าน ตลอดจนภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคต่างๆ มาไว้ให้ชมอย่างจุใจ มีหลายคนที่ไปเที่ยวงานราชพฤกษ์มาแล้ว แต่ไม่ได้เข้าไปชมในศูนย์นิทรรศการ ซึ่งขอบอกว่าไม่ควรพลาดเช่นกัน เพราะที่นี่จะเป็นโซนจัดแสดงดอกไม้นานาชาิติ รวมทั้งสวนนานาชาติเฉลิมพระเกียรติในอาคารของบางประเทศไที่ไม่ได้จัดแสดงไว้ภายนอก รวมทั้งเป็นส่วนจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียน โดยองค์กรและหน่วยงาน หรือจังหวัดต่างๆ ตลอดระยะเวลาจัดงาน และอย่ากเตือนว่าอย่าลืมไปร่วมถวายความจงรักภักดี ณ ต้นโพธิ์แ่ห่งความจงรักภักดี บริเวณสวนถวายพระพรด้วยก่อนกลับออกจากงาน สิ่งต่างๆ ที่ผมแนะนำให้คุณไปชมนี้ ที่จริงนับเป็นเพียงบางส่วนในความยิ่งใหญ่อลังการ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยพระบารมี และด้วยความจงรักภักดีของปวงอาณาประชาราษฎร์ ที่มีต่อองค์พระประมุข ซึ่งได้ทรงปกครองแผ่นดินไทย ให้ยั่งยืนผาสุกมาตลอด 6 ทศวรรษ เสมือนได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีแห่งล้นเกล้าฯ อันเป็นเปรียบประดุจร่มเงาต้นไม้แห่งองค์ราชัน หรือราชพฤกษ์ อันน้อมนำมาเป็นชื่อของงานนี้โดยแท้ |
||||||||||||||
|
![]() |
||||||||||||||||||
| |
|||||||||||||||||||