ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ปรีย์กมล รัชนกุล (ปิ่นแก้ว)
คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศิษย์เก่า ABAC
คณะพยาบาลศาสตร์ รุ่นที่ 1
รหัส 3117044

           เคยสงสัยบ้างหรือไม่ว่า ทำไมมนุษย์ทุกคน
เกิดมามีน้ำหนักค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน จะต่างกัน
ก็ไม่เกินหนึ่งกิโลกรัม แต่พอโตขึ้น อะไรที่ทำให้ คนบางคน มีน้ำหนักตัวเพียง 40 กิโลกรัม และบางคนมี น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม ความลับ (ที่ไม่ลับ) ก็คือ พฤติกรรมการบริโภค ของมนุษย์นั่นเอง หากมีพฤติกรรมที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้มีรูปร่างดีสมส่วน แต่ในทางตรงกันข้าม ก็จะทำให้มีน้ำหนักที่มากเกิน นอกจากนี้ รสชาด ของอาหารที่คนเรารับประทาน ก็ส่งผลต่อสุขภาพ ได้เช่นกัน เช่น ถ้าบริโภคอาหารที่รสหวานจัด ก็มีผลต่อการเกิดโรคเบาหวาน บริโภคอาหารมันมากๆ ก็เกิดไขมันในเลือดสูง นำไปสู่โรคหัวใจ และหลอดเลือดได้อีก ชอบอาหารที่รสเค็มจัด ก็มีโอกาสทำให้เกิดโรคไต กินเผ็ดและ เปรี้ยวจัด ก็เป็นตัวกระตุ้นให้เกิด การอักเสบ หรือแผลในกระเพาะอาหารได้ กินมากเกินไป ก็หนีไม่พ้นโรคอ้วน แต่ถ้าพยายาม อดอาหาร หรือพยายามไม่กิน ก็เกิดภาวะ ขาดสารอาหาร ร่างกายอ่อนแอ เกิดโรคต่างๆได้ง่าย เมาถึงตอนนี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า การบริโภค หรือการกิน มีผลต่อสุขภาพ และทรวดทรง ของคนเรา ดังคำกล่าวที่ว่า you are what you eat
           ก่อนที่จะถึงข้อแนะนำว่าควรกินอย่างไร ให้มีหุ่นสวย และสุขภาพดี เราควรมาทำความเข้าใจ ในเรื่องความหิวและความอิ่ม กันเสียก่อน เพราะความหิวและความอิ่มนี่แหละ เป็นตัวนำไปสู่การ กำหนดปริมาณการกิน ของคนเรา
           ปัจจัยที่ทำให้คนเราเกิดความหิว ได้แก่ระดับน้ำตาลต่ำ อารมณ์ ความอยากอาหาร ความชอบในอาหารชนิดนั้นๆเป็นพิเศษ เป็นต้น ส่วนปัจจัยที่ทำให้คนเราอิ่ม คือ การที่ ฮอร์โมน gastrin หลั่งออกมา จากการขยายกระเพาะอาหาร และเจ้าฮอร์โมนตัวนี้ ก็ส่งสัญญาณไปที่สมอง เพื่อให้รับรู้ว่า ได้อาหารเพียงพอแล้ว ควรใช้เวลาในการกินให้นาน เพราะการรับรู้ว่าอิ่ม จะใช้เวลาถึง 20 นาที และเมื่อรู้สึกอิ่ม ก็ควรหยุดรับประทานทันที เพราะฉะนั้น ความอิ่มไม่ได้ถูกกำหนดโดยปริมาณ calories ของอาหาร แต่ถูกกำหนดด้วย ปริมาณอาหารที่อยู่ในกระเพา ะและระยะเวลาการกินนั่นเอง ดังนั้น คนเราอาจรับประทานอาหารในปริมาณมาก (แบบพอดี )แต่ไม่อ้วนได้ นั่นหมายถึง จะต้องมีความฉลาด ที่จะเลือกชนิดของอาหาร ที่จะใส่เข้าไปในกระเพาะของเรานั่นเอง
        ในวันหนึ่งๆ ร่างกายของมนุษย์มีความต้องการ พลังงานที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเพศ วัย และกิจกรรม ที่ทำในวันนั้นๆ ปริมาณ caloriesที่เหมาะสม ในผู้หญิงวัยผู้ใหญ่จะเท่ากับ 1400-1800 Kcalต่อวัน และในผู้ชายวัยผู้ใหญ่คือ 1600-2200 Kcal หากรับประทานเกินวันละ 50 kcal ในหนึ่งปี จะทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัมต่อปี หรือถ้ารับประทานเกิน 500 kcal ในหนึ่งสัปดาห์ ก็จะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์
        อยากจะแนะนำว่า อย่ารับประทานขณะที่หิวจัด อย่าซื้อ หรือเก็บอาหารที่ชอบไว้ในตู้เย็น หรือตู้กับข้าว และก่อนที่จะรับประทานอาหาร ลองนั่งคำนวณพลังงานกันสักนิด อาจจะทำให้คุณ หยุดตัวเองจากการเป็นชูชกได้ ยกตัวอย่างง่ายๆเช่น ถ้าต้องการดื่มน้ำอัดลมสักกระป๋อง หรือ ขนมกรุบกรอบสักถุง ลองอ่านข้างถุงดูว่าน้ำอัดลม และขนมจะให้ปริมาณ calories กับคุณมากน้อยแค่ไหน เพราะอาหารเหล่านี้ สามารถทำให้อ้วนได้ง่าย กินแล้วไม่อยู่ท้อง อีกต่างหาก และในวันนั้น คุณได้ไปแล้วมากน้อย เท่าไร ถ้ามีแนวโน้มว่าจะเกิน ก็ควรจะหยุดยั้งความอยากเอาไว้ก่อนจะดีกว่า เพราะถ้ากินไปแล้ว จะเผาผลาญให้มันสูญสลายไปนั้น ช่างยากนัก คิดง่ายๆก็คือ ถ้าจะเผาผลาญพลังงาน จากน้ำอัดลม ประมาณ 300 ซีซี สำหรับคนน้ำหนักตัว 50 กิโลกรัม จะต้องออกกำลังกายโดยการวิ่ง ประมาณเกือบ 3 กิโลเมตร มันอาจเป็นเรื่องที่ยากลำบากซะเหลือเกิน เพราะฉะนั้นคิดก่อนทำจะดีที่สุด         เมื่อทราบปริมาณที่ควรบริโภคแล้ว ก็มาถึงหัวใจสำคัญนั่นก็คือ ชนิดของอาหาร แนะนำว่า อาหารที่ควรรับประทาน คืออาหารที่มีกากใยสูง มากด้วยวิตามิน แต่ให้พลังงานต่ำเพราะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน นั่นคืออาหารจำพวกธัญพืช แต่ถ้าอยากดื่มน้ำหวาน หรือเครื่องดื่ม ที่มีแอลกอฮอล์ อาหารเหล่านี้ จะเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว จะให้พลังงานสูง และดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว เนื้อสัตว์ ควรเลือกประเภทที่ มีไขมันต่ำสุด เช่นเนื้อปลา เพราะ 1 ส่วนหรือ 2 ช้อนโต๊ะ จะให้พลังงานเพียง 35 Kcal ในขณะที่ รับประทานหมูติดมันในปริมาณเท่ากัน คุณจะได้รับพลังงานถึง 100 Kcal ถ้ารับประทานข้าว 5 ช้อนโต๊ะ หรือขนมปัง 1 แผ่นจะให้พลังงาน 80 kcal และถ้าตบท้ายมื้ออาหาร ด้วยผลไม้ ผลไม้ 1 ส่วนจะให้พลังงาน 60 kcal อย่างเช่น ส้มเขียวหวาน 2 ผล แตงโม 20 ชิ้นคำ หรือเงาะ 4-5 ผลเท่านั้น ถ้ารับประทานกันเป็นกิโล ก็คงต้องเป็นหมูพะโล้จากการได้ calorie เกิน ดังนั้นคงไม่ยากเกินไป ที่เราจะหันกลับมาใส่ใจ กับการบริโภค เพื่อการมีสุขภาพที่ดี และได้หุ่นสวยๆ เป็นของแถม เคล็ด (ไม่ลับ) ง่ายๆเพียงเท่านี้ อาจทำให้คุณได้แนวทาง ในการวางแผน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ที่ทำให้คุณเป็นคนใหม่ที่สดใส แข็งแรง การสร้างสุขภาพ เป็นหน้าที่ของทุกคน เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ แล้วคุณจะเห็นด้วยกับคำที่ว่า กินอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น