ABACA Profile เริ่มบทสัมภาษณ์ท่านอธิการบดี ด้วยการขอให้ท่านเล่าถึง ความแตกต่าง ในการบริหารงาน มหาวิทยาลัย ที่พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจากช่วงที่ ท่านดำรง ตำแหน่ง Vice President for Academic Affairs ในช่วงปี ค.ศ.1991 กับช่วงที่ท่านดำรงตำแหน่ง Vice President for Academic Affairs ในช่วงปี ค.ศ.1994 จนกระทั่งปัจจุบัน

          “ประเด็นที่ถามมีมิติด้านช่วงเวลา บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งในแต่ละมิติ จะมีความแตกต่างกันอยู่ ในตัวของมันเอง สำหรับ บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบในแต่ละช่วงเวลาก็แตกต่างกัน และตั้งแต่ ค.ศ.2002 ถึงปัจจุบัน ต้องรับผิดชอบในฐานะ อธิการบดีด้วย จึงขอเล่าในลักษณะ มองย้อนอดีต และฉายภาพอนาคตในแบบภาพรวม ดังนี้”

          “การเปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาการ ที่เกิดขึ้นกับองค์การแห่งนี้ ในระยะแรกๆ มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งก็เหมาะสม และสอดคล้องกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ที่เกิดขึ้น และเป็นอยู่ในขณะนั้น แต่ในระยะหลังๆ จนถึงปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลง เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หรือที่เราเรียกกันว่า

          “การเปลี่ยนแปลงอย่างพลวัต” (dynamic change) เพราะสภาพแวดล้อม ภายนอกมหาวิทยาลัย มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และซับซ้อนมาก เช่น มีการ แข่งกันสูงมาก ทั้งจากภายในประเทศ และจากต่างประเทศ มีความต้องการใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอด เวลา อิทธิพลของโลกาภิวัตน์ การไหล่บ่าของข้อมูลข่าวสาร (information explosion) และความเจริญก้าวหน้า ทางเทคโนโลยี เป็นต้น แรงกดดันต่างๆ เหล่านี้ ทำให้มหาวิทยาลัย ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วย”
      “การพัฒนาของมหาวิทยาลัย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีทั้งในด้าน ปริมาณและคุณภาพ เพื่อให้สามารถตอบสนอง ต่อวัตถุประสงค์ของอุดมศึกษา ทั้ง 4 ประการ คือ การจัดการเรียนการสอน การวิจัย การบริหารทางวิชาการ และการทำนุบำรุง ศิลปวัฒนธรรม ของชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว มหาวิทยาลัย จะต้องดำเนินการในหลายๆ กิจกรรม ไปพร้อมๆกัน คือ”

         “ด้านวิชาการ
         ได้แก่ การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร ให้มีความ หลากหลาย ทันสมัย สามารถตอบสนอง ความต้องการ ส่วนบุคคล ของนักศึกษา และความต้องการ ของประเทศ ได้อย่างมีคุณภาพ การพัฒนาการเรียนการสอน การพัฒนาอาจารย์ การพัฒนาห้องสมุดให้มีความทันสมัย เป็นแหล่งข้อมูลทางวิชาการอย่างแท้จริง การพัฒนา เทคโนโลย ทางการศึกษา เป็นต้น การจัดการเรียนการสอน จากเดิม ที่มีคณะบริหารธุรกิจเพียงคณะเดียว ปัจจุบันมีถึง 10 คณะวิชา ในระดับปริญญาตรี และมีบัณฑิตศึกษา ที่จัดการศึกษาในระดับปริญญาโท มากกว่า 35 หลักสูตร และปริญญาเอกมีถึง 10 หลักสูตร”
         “ด้านอาคารสถานที่
         ได้มีการพัฒนาพื้นที่อาณาบริเวณให้มีความสะอาด สวยงาม เป็นระเบียบเรียบร้อย มีการบริหารจัดการพื้นที่ (space management) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จากเดิมมีพื้นที่เฉพาะที่หัวหมากเพียง 16 ไร่ 3 งานเศษ มีอาคาร 3-4 อาคาร แต่ปัจจุบันมีถึง 12 อาคาร และยังมีวิทยาเขตบางนาที่มีพื้นที่มากกว่า 374 ไร่ มีอาคารสวยงามใหญ่โตมากมาย และกำลังก่อสร้างอีก 3 อาคาร เพื่อรองรับการขยายตัว และการย้ายจากวิทยาเขต หัวหมากไปในอนาคตอันใกล้ กล่าวโดยเฉพาะที่วิทยาเขต บางนา มีอาคารสถานที่ที่เอื้อต่อการเรียนการสอนมาก บรรยากาศทางวิชาการ (academic atmosphere) ดีมาก เป็นการพัฒนาขึ้นมาตามแนวคิด “มหาวิทยาลัยใน วนอุทยาน” (university in a park) อันจะเป็นสิ่งแวดล้อม ที่หล่อหลอม และกล่อมเกลาให้นักศึกษา สามารถพัฒนา บุคลิกภาพ ความรู้สึกนึกคิดเชิงสร้างสรรค์ได้อย่างดี”

          “ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
         มหาวิทยาลัยได้ทุ่มเทงบประมาณจำนวนมาก ในการพัฒนาเทคโนโลยี สารสนเทศ ทั้งเพื่อการจัด การเรียนการสอน และการบริหารงานทั่วไป มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ได้ชื่อว่า เป็นผู้บุกเบิก ในการจัด การศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นแห่งแรก ทำให้ปัจจุบันนี้ มหาวิทยาลัย มีหลักสูตรทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ ทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก รวมกันมากกว่า 30 หลักสูตร ทำให้ มหาวิทยาลัยต้องลงทุน และพัฒนาทางด้านเทคโนโลยี สารสนเทศ อยู่อย่างต่อเนื่องตลอดมา มหาวิทยาลัยได้ลงทุน ก่อสร้างอาคาร IT ขึ้นเป็นการเฉพาะ โครงการนี้ ต้องลงทุนเป็นเงิน ไม่ต่ำกว่า 800 ล้านบาท อันประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์ มากกว่า 2,000 เครื่อง ห้อง studio และห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่ทันสมัย ล่าสุดเรากำลังพัฒนา ระบบ College of Internet and Distance Education เพื่อให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เน็ต นักศึกษาสามารถติดต่อกับอาจารย์ทางอีเมล์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง”

          “การพัฒนาห้องสมุด
         หอสมุดเป็นหัวใจสำคัญ ในการส่งเสริมและสนับสนุน การจัดการศึกษา ในระดับอุดมศึกษามาก ดังนั้นหอสมุด จึงต้องมีความทันสมัย มีความพอเพียง ในการเป็นแหล่ง ค้นคว้าสรรพวิชาความรู้ ที่หลากหลาย มหาวิทยาลัยจึงได ้พัฒนาหอสมุด ให้มีความสวยงาม โอ่โถง มีหนังสือ และสื่อต่างๆ ที่ทันสมัยมากมาย เพียงพอกับการค้นคว้า ของนักศึกษา และอาจารย์ทุกระดับ ทั้งที่หัวหมากและบางนา มีการจัดให้มี Digital and Electronic Library ขึ้น ประกอบด้วยฐานข้อมูล Online จำนวนมาก นักศึกษา อาจารย์ สามารถค้นคว้าหาความรู้ได้ โดยไม่มีขอบเขตจำกัด”
           “การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการพัฒนานักศึกษา
        ตลอดเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมีเป้าหมายชัดเจน ในการดำเนินการ ทุกวิถีทาง เพื่อไปให้ถึงซึ่ง “ความเป็นเลิศทางวิชาการ” (academic excellence) ในขณะเดียวกัน ก็มุ่งที่จะพัฒนานักศึกษา ให้บรรลุถึง “การเป็นคนทั้งครบ” (total and complete man) คือ มีความรู้ ความสามารถ มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด และในขณะเดียวกัน ก็เป็นบุคคลที่มีจิตใจที่ดีงาม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี เห็นแก่ประโยชน์ของสังคมมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตน การที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าวได้ จะต้องมีกิจกรรมที่ต้องสร้าง ต้องทำอีกมากมาย ที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมาแล้ว คือ การสร้างศูนย์กีฬา และสนามกีฬาที่ทันสมัย ทั้งในร่มและกลางแจ้ง โดยเฉพาะการสร้างสระว่ายน้ำมาตรฐานโอลิมปิคที่มันสมัย สนามเทนนิสที่ได้มาตรฐาน สนามกีฬาต่างๆเหล่านี้ จะช่วยพัฒนา นักศึกษาให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง อันจะทำให้เป็นคนที่ มีสติปัญญาฉับไว (sound mind in a healthy body) นอกจากนี้ ยังทำให้เป็นคนที่ มีระเบียบวินัยในตนเอง มีอารมณ์ที่มั่นคง จิตใจที่เบิกบานอีกด้วย การส่งเสริมกิจกรรมเสริมหลักสูตร เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ต่อการพัฒนานักศึกษา นอกเหนือจาก การเรียนการสอน และการกีฬา มหาวิทยาลัย ส่งเสริมให้นักศึกษา รวมกลุ่ม จัดตั้งเป็นทีม เป็นชมรมที่หลากหลาย ตามความสนใจ ของนักศึกษา ซึ่งจะช่วยทำให้นักศึกษามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ การรู้จักทำงานเป็นทีม รู้จักการนำความรู้ที่เล่าเรียนมาประยุกต ์อันจะทำให้นักศึกษา มีการพัฒนาเชิงวุฒิภาวะได้อย่างดี โดยเฉพาะ กิจกรรมเชิงวิชาการ หรือที่มีลักษณะ ประเทืองปัญญา มหาวิทยาลัย จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทั้งงบประมาณ และการอำนวยความสะดวก ต่างๆ”

          “การพัฒนาความเป็นนานาชาติ (internationalization)
         มหาวิทยาลัยได้ชื่อว่าเป็น The First International University in Thailand เพราะเราได้ดำเนินการ จัดการเรียนการสอน ในระบบนานาชาติมากว่า 35 ปี ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ทำให้มีอาจารย์และนักศึกษาจากนานาประเทศ มาศึกษา และเรียนรู้ร่วมกัน ที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้ เป็นจำนวนมาก คือ มีอาจารย์ต่างชาติจำนวน 381 คน จาก 38 ประเทศ และมีนักศึกษา ต่างชาติจำนวน 2,360 คน จาก 77 ประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ ของมหาวิทยาลัยที่ว่า “มหาวิทยาลัยเป็น International Community of Scholars” จุดเด่นของการพัฒนา ความเป็นนานาชาตินี้ มีผลทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ศิลปวัฒนธรรม ร่วมกัน เป็นอย่างดี ทุกคนสามารถใช้ชีวิต และทำกิจกรรม ในรั้วมหาวิทยาลัย แห่งนี้ร่วมกัน อย่างสันติ และสามารถ นำเงินตราต่างประเทศ เข้ามาในประเทศไทย ได้ปีละกว่า 500 ล้านบาท”
         หลังจากท่านอธิการบดีได้กล่าวถึงภาพรวมของการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาที่เกิดขึ้นในอดีต มาจนถึงปัจจุบันแล้ว ท่านยังได้กรุณา ฉายภาพ อันเป็นการมุ่งหวังในอนาคตที่น่าสนใจ อีกหลายประเด็น ดังนี้
        “แผนงานหรือโครงการที่จะพัฒนามหาวิทยาลัย ในอนาคต อันใกล้นี้ ที่คิดไว้มีหลายประเด็น ซึ่งจะขออนุญาต ไม่ลงไปในรายละเอียดมากนัก เพราะเป็นยุทธศาสตร์การพัฒนา และยุทธศาสตร์การแข่งขัน เช่น
        1. การเพิ่มขีดความสามารถในความเป็นนานาชาติ
          ซึ่งได้กล่าวไปบ้างแล้ว ยังมีประเด็นที่จะต้องทำต้องพัฒนาอีกต่อไป โดยเฉพาะในปีนี้ มหาวิทยาลัยจะมีกิจกรรมระดับโลก 2 กิจกรรม คือ
          (1.) มหาวิทยาลัยร่วมจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก ในเดือนสิงหาคม 2550
          (2.) มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าภาพการจัดการแข่งขันโต้วาทีโลก ในเดือนธันวาคม 2550
          สำหรับเรื่องที่จะทำต่อไป คือ
          1.1 การเพิ่มจำนวนนักศึกษาให้มากขึ้นทุกปี
          1.2 การจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ
          1.3 การสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับสถาบันและองค์กรต่างประเทศ
          1.4 การมุ่งสู่ความเป็นสากลในทุกมิติของการเป็นมหาวิทยาลัยยอดนิยม

        2. การส่งเสริมงานวิจัย
          ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เราเน้นการเป็น Teaching University ตั้งแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นต้นไป จะให้น้ำหนักงานวิจัยมากขึ้น เพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ และนำมาใช้ในการเรียนการสอน การเพิ่มพูนความรู้ของอาจารย์ รวมถึงการวิจัย เพื่อเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยจึงต้องวางโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อการสนับสนุนการวิจัยอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะด้านงบประมาณและทรัพยากรการวิจัยอื่นๆ อันจะทำให้การส่งเสริมการวิจัยนี้เป็นรูปธรรม โดยกลุ่มเป้าหมายที่มุ่งเน้น คือ การศึกษาวิจัยของอาจารย์ และของนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา

        3. การส่งเสริมให้อาจารย์เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ

          เป็นอีกแผนงานหนึ่ง ที่มหาวิยาลัยมุ่งส่งเสริมให้มากยิ่งขึ้น ในช่วง 5 ปีข้างหน้า อันจะเป็นผลพลอยได้ต่อเนื่องมาจากการส่งเสริมการวิจัย โดยมุ่งให้อาจารย์เข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ในระดับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์เป็นอันดับแรก รองลงมา คือ ในระดับรองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ เป็นลำดับสุดท้าย


        4. การพัฒนาบุคลากร

          บุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนองค์การ ให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นมหาวิทยาลัยจึงจะต้องทำทุกวิถีทาง ในการพัฒนาและเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ ทัศนคติ และทักษะ ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาของ มหาวิทยาลัย ทั้งในปัจจุบันและอนาคตให้ได้ และเพื่อให้บุคลากร เหล่านั้น เป็น “สินทรัพย์” (human assets) ที่ทรงคุณค่าของ มหาวิทยาลัย

       5. การพัฒนาระบบ
 
       เมื่อมีการพัฒนาบุคลากรแล้ว จำเป็นจะต้อง พัฒนาระบบด้วย ซึ่งถือเป็นโครงสร้างทางการบริหาร ที่สำคัญ ถ้าระบบต่างๆ ของมหาวิทยาลัยไม่ชัดเจน ไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีคุณภาพ ผลลัพธ์ที่คาดหวังจะให้เกิด ก็อาจจะไม่เกิด ระบบต่างๆที่จะต้องพัฒนา ประกอบด้วย
          (1.) ระบบการวางแผน การจัดทำ และการประเมินผล งบประมาณ
          (2.) ระบบการตรวจสอบภายในทางด้าน การบริหารจัดการ และด้านคุณภาพ (QA)
          (3.) ระบบการบริหารงานบุคคล
          (4.) ระบบการสนับสนุนการเรียนการสอน ได้แก่ ระบบ ICT อุปกรณ์และสื่อทัศนูปกรณ์ทางการศึกษา
          (5.) การสร้างวัฒนธรรมองค์การ ที่มีอัตลักษณ์ ของมหาวิทยาลัย การมีธรรมาภิบาล การดำเนินชีวิต และการบริหาร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ที่พร้อมถึงด้วย คุณธรรม และจริยธรรม การมีส่วนร่วมตามระบอบ ประชาธิปไตย


       6. การพัฒนาด้านวิชาการ

          เป็นเรื่องที่มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และจะต้องดำเนินการต่อไป ในเรื่องของ
          (1.) การพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย มีนวัตกรรมใหม่ๆ ตอบสนองความต้องการของผู้เรียน และประเทศ
          (2.) การยุบรวม และยกเลิกหลักสูตรที่ซ้ำซ้อน และไม่ทันสมัย
          (3.) การพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน โดยจะเน้นเทคนิควิธีการเรียนการสอน (pedagogical techniques and methodologies)

      7. การพัฒนาวิทยาเขตหัวหมาก
          ขณะนี้อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนถ่ายการจัดการศึกษา ในระดับปริญญาตรีทั้งหมด ไปที่วิทยาเขตบางนา ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการได้เสร็จภายใน 5 ปี หลังจากนั้น วิทยาเขตหัวหมากจะถูกพัฒนาให้เป็น “วิทยาเขตในเมือง” (downtown campus) ที่มีความพร้อมและทันสมัย สำหรับการจัดการศึกษา ในระดับบัณฑิตศึกษา การฝึกอบรม และการศึกษา ในหลักสูตรพิเศษต่างๆ เพื่อตอบสนอง การศึกษาตลอดชีพ (life-long education) ต่อไป

          นี่คือ Mission & Vision 2007 ของ ท่านอธิการบดี ภราดา ดร. บัญชา แสงหิรัญ ในการบริหาร มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งคงช่วยให้เกิดความกระจ่าง แก่ศิษย์เก่าและบุคคลทั่วไป เกี่ยวกับมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี