ทุกวันนี้ถือว่า
การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการ และเลิกพฤติกรรมการทานอาหารจานด่วน
จะช่วยส่งเสริมให้สุขภาพของสมองและอารมณ์แจ่มใสได้

ทั้งนี้เนื่องจากมีการค้นพบความสัมพันธ์ระหว่างอาหารที่รับประทานกับพฤติกรรมทางอารมณ์
โดยพบว่า สารอาหารที่อยู่ในอาหารนั่นเองที่มีผลต่อการทำงานของสมองและการทำงานของระบบประสาท
โดยอาศัยทฤษฎีจากสารสื่อประสาท ได้แก่ serotonin, dopamine และ norepinephrine
ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ใช้ในการสื่อสารระหว่างกันของเซลล์ประสาท
และมีผลต่อการควบคุมอารมณ์และความคิด ในทางตรงข้าม หากมีการทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการเพียงพอนั้น
ก็อาจจะส่งผลถึงปัญหาต่างๆ เช่น โรคกังวล ซึมเศร้า หรืออ่อนเพลีย อาหารประเภทดังกล่าวเรียกว่า
Anti-nutrients ได้แก่
1.Simple
carbohydrate เช่น น้ำตาลทรายขาว แป้ง ซึ่งจะมีผลทำให้ระดับกลูโคส
สูงระยะสั้นๆ แต่หลังจากนั้นก็อาจจะทำให้รู้สึกเหนื่อยเพลียตามมาได้
2.Processed
and Saturated fats เช่น เนย Margarine โดยอาจจะใช้น้ำมันมะกอก
หรือน้ำมันดอกคำฝอยแทน รวมทั้งหมั่นทานปลา น้ำมันเมล็ดลินิน ผักใบเขียว
เมล็ด walnut ซึ่งเหล่านี้จะอุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-3 ที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพสมองและต้านภาวะซึมเศร้าได้
3.Caffeine
ในพวกชา กาแฟ โดยจำกัดเพียง 1 แก้วตอนเช้า เพราะถ้ามากกว่านั้นจะทำให้เกิดการกระตุ้นประสาทมากเกินไป
จากนั้นหลังหมดฤทธิ์ก็อาจจะมีอารมณ์หงุดหงิดหรือ ซึมเศร้าตามมาได้
4.Alcohol
มีผลทำให้ระดับ Tryptophan ลดลงซึ่งจะมีผลต่อระดับของ Serotonin ตามมา
จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้าได้
สารอาหารบำรุงสมอง ได้แก่
-
Lecithin เป็นสารธรรมชาติอยู่ในรูปของสารประกอบ phospholipids
ซึ่งเป็นหน่วยพื้นฐานสำคัญในทุกๆเซลล์ของสิ่งมีชีวิต แหล่งอาหารที่พบ
lecithin ได้แก่ ถั่วเหลือง ข้าวโพด ถั่ว ไข่แดง สมอง ตับ ไต กล้ามเนื้อ
ฯลฯ สารสำคัญที่พบใน lecithin คือ phosphatidylcholine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท
acetylcholine ดังนั้นการรับประทาน lecithin จะช่วยให้ความจำและสามารถในการเรียนรู้ดีขึ้น
-
Vitamin B complex ประกอบด้วยวิตามิน บี หลายชนิดรวมกัน มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำงานของระบบประสาท
การสังเคราะห์สารสื่อประสาท การสร้างพลังงาน และการสังเคราะห์เอนไซม์ต่างๆในร่างกาย
ช่วยบำรุงสมอง และช่วยลดความเครียด
-
Ginkgo biloba เป็นสารสกัดจากใบแปะก๊วย ช่วยป้องกันภาวะ Alzheimers
ให้สารสำคัญคือ ginkgolide ช่วยขยายหลอดเลือด และลดการเกาะตัวกันของเกล็ดเลือด
ทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีสารสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ
bilobalide ซึ่งสามารถปกป้องเซลล์ประสาทจากการถูกทำลายได้ แนะนำให้ใช้ในรายที่เลือดไปเลี้ยงสมองไม่พอ
ในผู้สูงอายุก็ใช้ได้เช่นกันเนื่องจากช่วยลดความเสี่ยงต่อความเสื่อมของเซลล์ประสาท
ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงจะช่วยให้การทำงานของสมองและอารมณ์เป็นไปได้ด้วยดี
ขณะเดียวกัน คุณก็ลองมาสำรวจตัวคุณเองดูซิว่า การทานอาหารของคุณเป็นอย่างไร
ถูกต้องไหม แล้วคุณก็จะรู้เลยละว่า อาหารกับอารมณ์เป็นสิ่งที่ไปตามกัน
อย่างที่ฝรั่งเรียกกันว่า eat-smart & think-smart regimen