เพียงคุณต่อสายตรงถึงบริการของ 'Room Service' ภายในเวลาไม่กี่นาที อาหารตามสั่งจากภัตตาคารหรือโรงแรมสุดหรูตามออเดอร์ ก็พร้อมเสิร์ฟถึงหน้าบ้านในทันที ไอเดียสุดเก๋ที่กรั่นกรองออกมาจากสมองของคุณโสฬส จำลองศุภลักษณ์ ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ หรือเจ้าของธุรกิจ 'Room Service' ซึ่งถือได้ว่าเป็นเจ้าเดียวและเจ้าแรกของประเทศไทยที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับคนไทยหัวใจอินเตอร์ที่รักความสะดวกสบายอย่างมีรสนิยม "ผมจบเอแบครุ่นที่ 18 รหัส 292 เรียนที่เอแบคสี่ปีกว่า ในคณะบริหารธุรกิจ เมเจอร์ไฟแนนท์ครับ หลังจากที่จบเอแบคผมก็ได้ทำงานทางด้านบริหารมาตลอด รวมเวลาก็ประมาณสิบกว่าปี จนอายุสามสิบกว่าปี ซึ่งตอนนั้นผมก็ได้พบคู่ในชีวิตและแต่งงานในที่สุด ...จุดเริ่มต้นของธุรกิจนี้ เกิดขึ้นจากที่ผมและภรรยาไปฮันนีมูนที่อังกฤษ เราคิดที่จะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงได้แรงบันดาลใจมาจากที่นั่น ซึ่งก็คือ ธุรกิจส่งอาหาร เป็นธุรกิจที่เราทำกันอยู่ทุกวันนี้ ต้องขอเล่าย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่า จริงๆ แล้ว ผมและภรรยามีแบลคกราวด์มาจากเมืองนอก คือก่อนที่ผมจะมาเรียนที่เอแบค ผมเรียนอยู่ที่อังกฤษอยู่สิบกว่าปี ส่วนภรรยาเรียนที่อเมริกาสิบกว่าปีเหมือนกัน เราเลยมีไอเดียที่อาจจะออกไปทางเมืองนอกนิดหนึ่ง ซึ่งธุรกิจ 'Room Service' ก็เป็นไปในแนวนั้นเช่นเดียวกันครับ จริงๆ แล้ว ธุรกิจในเมืองนอกโดยเฉพาะในเมืองที่แออัด อย่างเช่น นิวยอร์ก, ลอสแองเจอลิส จะมีบริการส่งอาหารอยู่แล้ว ส่งอาหารในที่นี่หมายถึงว่าเราไม่ได้เป็นผู้ผลิตอาหารนั้นเองนะครับ แต่ว่าเราได้ติดต่อกับภัตตาคารที่มีชื่อเสียงต่างๆ เพื่อไปรับอาหารให้กับลูกค้า แล้วนำไปส่งยังคนที่เขาอยากจะทานที่บ้าน" คุณโสฬสให้เหตุผลว่า การบริการในรูปแบบนี้ก็คล้ายกับการส่ง'ปิ่นโต'ในบ้านเรา เพียงแต่เพิ่มไอเดียและจุดเด่น แต่งเติมให้กับ 'Room Service' มีหน้าตาที่ดูดีและหรูหรามากขึ้น "จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของ 'Room Service' เราเริ่มดูตั้งแต่ยูนิฟอร์มของพนักงานว่าต้องแต่งตัวให้เหมือนกับพนักงานโรงแรมมากที่สุด ทั้งๆ ที่พนักงานต้องขี่มอเตอร์ไซด์ไปส่งอาหาร จะเห็นว่าปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะเป็นฟาสฟู้ดต่างๆ เขาใส่ถุงก๊อปแก๊ปส่งกัน แต่ของเราจะใส่ถาดเงิน และแทนที่จะเก็บเงินด้วยมือ เราก็จะมีแฟ้มหนังใส่เงินเหมือนในภัตตาคาร แถมทางเรายังมีดอกกุหลาบให้ทุกมื้อด้วย เหมือนกับในโรงแรมห้าดาว นี่ก็คือคอนเซ็ปต์ที่เราวางกันไว้ครับ ส่วนค่าบริการของเรา เนื่องจากเราบริการลูกค้าฝรั่งเป็นส่วนมาก ดังนั้นเรทราคาจึงแบบฝรั่ง ค่าบริการของเราที่รับมาจากภัตตาคาร คิดว่าส่งครั้งละ 100 บาท แล้วคิดค่าบริการอีก 10 เปอร์เซ็นต์กับทุกออเดอร์ คนไทยก็ราคาเดียวกัน เพราะคนไทยที่ใช้บริการของเราก็ต้องมีรสนิยมฝรั่งพอสมควร แล้วอาหารของเราที่ส่งก็เป็นอาหารอินเตอร์ทั้งนั้น ถ้าเป็นร้านอาหารไทยก็เป็นร้านอาหารที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงพอสมควรครับ ...ตั้งแต่วันแรกที่เราเปิดบริษัทมา เรามีคนอยู่ประมาณ 20-30 คน ส่วนมากก็จะเป็นคนในออฟฟิศมากกว่าที่ไปส่ง เพราะพนักงานส่งตอนนั้นยังน้อยอยู่ ตอนนี้ก็พัฒนาไปเรื่อยๆ ด้วยความที่เรามีคนเยอะเงินที่ลงทุนจึงมากขึ้นตามไปด้วย จากเงินเพียงไม่กี่ล้านก็ทวีคูณภายในเวลาที่ไม่นานมากนัก ซึ่งเราอยากให้ธุรกิจนี้คือ Life cycle manage ที่ค่อนข้างจะยาวนาน" แม้ธุรกิจบริการแบบใหม่นี้จะเปิดมานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่สำหรับคุณโสฬสนั้นถือว่า เป็นเวลาเพียงน้อยนิดที่ยังวัดไม่ได้อยู่ดีว่าธุรกิจของเขาเริ่มอยู่ตัวแล้วหรือยัง "ผมไม่คิดว่าอยู่ตัวนะ เพราะว่ากว่าที่ฟาสฟู้ดในเมืองไทยจะเจริญเติบโตไปไกลถึงขนาดนี้ เขาใช้เวลากัน 9 -10 ปี เราจะเห็นได้ว่าธุรกิจอาหารที่ค่อนข้างจะประสบความสำเร็จในเมืองไทยน่าจะเป็นพิซซ่า ฮัท ถ้าผมจำไม่ผิดพิซซ่า ฮัท สาขาแรกเปิดที่พัทยา ปัจจุบันนี้น่าจะ 15 ปีแล้ว แต่กว่าพิซซ่า ฮัทจะดังแล้วขยายสาขาไปทั่วประเทศต้องใช้เวลากว่า 9-10 ปี ไฉนล่ะ 'Room Service' คนไทยทำจะใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี ผมก็คิดว่าธุรกิจของเรายังต้องเติบโตไปอีกครับ ต้องปรับปรุงอีกเยอะกว่าจะอยู่ตัว ผมว่าน่าจะไม่ต่ำกว่า 10 ปีหรอกครับ แล้วกว่าที่จะเห็นผลกำไรที่น่าพอใจคงอยู่ที่ 10-15 ปี แต่ธุรกิจนี้เราไม่ได้มองแค่ 5-10 ปี มันจะต้องไปไกลอีก 20-30 ปีมากกว่าครับ" ในอนาคตอันใกล้ของธุรกิจ Room Service' ยังมีโปรเจคใหม่ๆ ที่พร้อมจะขยายให้ลูกค้าได้ใช้บริการอีกมากมาย คุณโสฬสแจงถึงโปรเจคเหล่านั้นให้ฟังอย่างภาคภูมิใจว่า "นอกเหนือจากส่งอาหารที่เราทำมานานกว่า 5 ปีแล้ว เรายังขยายธุรกิจเราไปทำแมสเซนเจอร์ เซอร์วิส เนื่องจากว่าเรามีพนักงานมอเตอร์ไซด์ค่อนข้างเยอะ เราจึงให้พนักงานไปทำแมสเซนเจอร์บ้าง ในช่วงเช้าและกลางวัน ตอนนี้ที่เรากำลังมองอยู่คือ แทนที่คุณจะต้องไปจับจ่ายกับข้าวหรือว่าไปแบกอะไรกัน คุณก็สั่งเด็กเราไปซื้อให้ได้ เช่น ไปซื้อของในซุปเปอร์มาเก็ตให้ แล้วเราก็คิดแค่ค่าบริการส่งให้คุณ ...นอกเหนือจากนั้น เรายังมองถึงไดรร์คลีนนิ่ง แทนที่คุณจะต้องเอาเสื้อผ้าหรือสูทไปซักกันที่ห้างหรือร้านซักแห้ง เราก็จะไปรับเสื้อผ้าที่บ้านคุณไปส่งให้ พอตอนเย็นเราก็จะใส่ถุงมือขาวไปส่งให้คุณที่หน้าคอนโดฯ เลย ยังไม่หมดครับ เรายังมองถึงด้านเมทเซอร์วิส เพราะตลาดของ 'Room Service' เป็นฝรั่งส่วนมาก ซึ่งเราเข้าใจความต้องการของฝรั่ง เพราะการที่ฝรั่งเข้ามาอยู่ในเมืองไทยสิ่งที่วุ่นที่สุดคือเรื่องอาหาร แม่ครัวไม่มี อยู่ที่คอนโดฯ ใครจะเลี้ยงลูก ใครจะเก็บบ้าน เพราะคนไทยเราคุ้นเคยกับแม่บ้านอยู่แล้ว เห็นมีอยู่เกือบทุกบ้านเลย แต่ถ้าฝรั่งเขาอยากมีบ้างล่ะ จะทำอย่างไร เราก็มีความคิดว่าจะให้คนไทยที่ไม่ใช่แม่บ้านทั่วไปนะ แต่เป็นแม่บ้านที่เขาได้เงินกันสัก10,000-15,000 บาท ประมาณนี้ แวะไปที่บ้านฝรั่งตอนเย็นหรือกลางวัน เข้าไปเก็บข้าวของในคอนโดฯ แล้วเราก็ชาร์จเงินเขาไป ในเมืองไทยมีฝรั่งอยู่เยอะมาก ตลาดนี้แหละที่เป็นตลาดหลักของเรา" นอกเหนือจากเป็นเจ้าของไอเดียอันชาญฉลาดนี้แล้ว ปรัชญาในการทำงานของคุณโสฬสยังเชื่ออีกว่า การยอมรับในความสามารถของผู้อื่นนั้น ถือเป็นโอกาสให้ทุกธุรกิจสามารถพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น "เราไม่คิดว่าเราทำเป็นหมดทุกอย่างครับ เราต้องเชื่อว่ามีคนอีกมากมายที่เก่งกว่าเราในหลายๆ ด้าน เพราะฉะนั้นปรัชญาหรือแนวความคิดของผมคือ อย่าคิดว่าความคิดของตัวเองเป็นหนึ่ง มั่นใจกับตัวเองน่ะถูกต้อง แต่ให้มั่นใจกับตัวเองในขอบเขตที่สมควรเป็น เช่น เราเก่งด้านไหนขอให้มั่นใจเรื่องนั้น ส่วนเราไม่เก่งด้านไหน ให้ไปหาคนไม่ว่าจะเป็นเพื่อน นักเรียนรุ่นเดียวกันที่เขาเก่งกว่าเราทางด้านที่เราพร่องไป ดึงมาร่วมงานกัน แล้ววันนั้นคุณจะได้ทีมงานที่สามารถทำงานแต่ละอย่างได้อย่างดี ต้องเอามารวมกันให้ได้ครับ" นี่คือคำกล่าวของผู้เป็นเจ้าของ'Room Service' ที่จะนำพาธุรกิจของเขา ให้ก้าวหน้าต่อไปในอนาคตได้อย่างมั่นคงแน่นอน