ABACA
: คุณสันติ เลาหบูรณะกิจ
ชื่อเรื่อง : ความสำเร็จในก้าวใหม่ของธุรกิจแอนิเมชั่น
ด้วยแรงบันดาลใจของผู้เป็นเจ้าของหนังสือการ์ตูนขายหัวเราะ
ก้าวสู่ความสำเร็จในธุรกิจแอนิเมชั่น ในนามของบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น
จำกัด หรือที่ใครๆ ต่างก็รู้จักกันดีในนามของเจ้าการ์ตูน 'ปังปอนด์'
แน่นอนว่าผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จครั้งนี้ เราต้องได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของคุณสันติ
เลาหบูรณะกิจ ตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป อยู่อันดับต้นๆ เป็นแน่
"ผมจบจากเอแบค
รุ่นที่ 16 เมเจอร์การตลาด สมัยก่อนเอแบคมีคณะเดียวคือ คณะบริหารธุรกิจและมีแค่
4-5 เมเจอร์เอง พอจบปริญญาตรี ผมก็ได้เป็น Brand Manager ที่บริษัท
โฟร์โมส ไทยแลนด์ หลังจากนั้นก็เปลี่ยนงานเรื่อยมา แต่ยังคงทำงานด้านการตลาดอยู่เป็นเวลาสิบกว่าปี
จนกระทั่งได้มีโอกาสคุยกับคุณวิธิต บ.ก. ขายหัวเราะมหาสนุก ท่านอยากเปิดธุรกิจทานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกหรือด้านแอนิเมชั่น
ด้วยความที่ท่านทำหนังสือการ์ตูนเล่มมาหลายสิบปี และอยากให้ภาพนิ่งเคลื่อนไหวได้
จึงชักชวนให้ผมมาเป็นGM ซึ่งปีนี้ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่สามแล้ว โดยใช้ชื่อว่าบริษัทวิธิตา
แอนิเมชั่น"แม้จะอยู่ในวงการธุรกิจด้านการตลาดและประสบความสำเร็จมายาวนานกว่าสิบปี
แต่สิ่งหนึ่งที่คุณสันติไม่เคยลืมนั่นก็คือ การศึกษาจากรั้ว Abac ที่เขาบอกว่า
"ระหว่างที่ทำงาน ผมก็กลับไปเรียนปริญญาโทต่อที่ Abac เรียนทางด้าน
MBA Finance เรียกได้ว่ามีความผูกพันกับสถาบันพอสมควร แต่โชคดีที่ได้อ่านวารสาร
ABACA อยู่เป็นประจำ ซึ่งก็ได้รับทราบความเคลื่อนไหวต่างๆ ของศิษย์
ที่ปัจจุบันได้สร้างชื่อเสียงให้กับสถาบันมากมาย(ยิ้ม)"สิ่งสำคัญที่ทำให้คุณสันติกล้ากระโดดข้ามงานในแบบเดิม
เพื่อเข้าร่วมก่อตั้งบริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย
แต่เขาก็เต็มใจที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลงานชิ้นใหม่ให้กับการ์ตูนไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น"ข้อแรกคือ
ผมว่ามันท้าทายดี ข้องสองคือ ผมคิดว่าผลงานของบริษัทเป็นที่รู้จักอยู่เยอะมาก
ทั้งขายหัวเราะ มหาสนุก และยังมีการ์ตูนเล่มๆ อีกเยอะมาก เช่น ปังปอนด์
ที่เมื่อก่อนชื่อ ไอ้ตัวเล็ก แล้วก็มี แมลงสาปแมน คือผมเชื่อว่าการลงทุนใหม่
จะเป็นการลงทุนในเรื่องของเทคโนโลยี นั่นก็คือ แอนิเมชั่น น่าจะนำไปเสริมสร้างกับธุรกิจเก่าได้
ถ้าผมยังทำการตลาดต่อไป ก็เรียกว่ามีประสบการณ์และเชี่ยวชาญกับมัน
แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสมาลองทำงานตรงนี้ กอปรกับเป็นการใช้เทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ด้วยจึงสนใจ
และอีกอย่างผมเชื่อว่าการตลาดมันอยู่ในทุกแห่ง ผมคิดว่าน่าจะนำเอาการตลาดไปใช้ได้ในหลายๆ
ที่ด้วยครับ"ด้วยความเชื่อที่ต้องการสร้างตัวการ์ตูน'ปังปอนด์'
ให้กับเด็กไทย หันมาชื่นชอบผลงานอันรังสรรขึ้นมาจากฝีมือของคนไทยแล้ว
สิ่งสำคัญที่เป็นแรงผลักดันให้คุณสันติเร่งหน้าผลิตผลงานชั้นยอดอย่างไม่หยุดยั้งคือ"เคยทำวิจัยในการบินไทย
ถามเด็กๆ ว่ารู้จักกับตัวการ์ตูนตัวไหนบ้าง เด็กๆ รู้จักตัวการ์ตูนไทยอยู่ตัวเดียวก็คือปังปอนด์
นอกจากนั้นไม่มี เป็นเรื่องที่น่าเศร้านะ เด็กไทยกว่าสิบเปอร์เซ็นต์จะรู้จักการ์ตูนต่างประเทศหมดเลย
แต่ของไทยอึ้งไปเลย มีปังปอนด์อยู่ตัวเดียว ผมก็ เฮ้ย มันน่าจะมีเชื้อมากที่สุดนะ
ถ้าเราอยากจะตีโต้กลับไปบ้างหรือว่าให้เด็กไทยเติบโตขึ้นมาแล้วรู้จักการ์ตูนไทยบ้าง
นั่นก็คือเรื่องแรกที่ผมเข้าไปช่วยทำเรื่องแบรนด์ จึงเริ่มคิดพล็อตขึ้นมา
เริ่มทำสคริปต์ ไวท์บอร์ด แล้วจึงเริ่มทำขึ้นมา โดยการใช้เทคโนโลยีทำให้ออกมาดูดี
ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่เป็นการ์ตูน 3D ที่ดีที่สุดเท่าที่ตอนนั้นจะมีได้
ในงานส่วนอื่น
พอเราลงทุนในเรื่องทรัพยากรคนเรื่อเทรนนิ่งคน เรื่องฮาร์ดแวร์ ซอฟแวร์
เรื่องอะไรก็ตามไปเยอะ แล้วเราก็พบว่า ตอนที่เราทำงานออกไปให้คนรู้จักก็มีคนในวงการติดต่อมาให้เราทำงานค่อนข้างเยอะ
เมื่อได้เห็นงานปังปอนด์แอนิเมชั่น ตอนนั้นพล็อตเรื่องเป็นโลกของอนาคต
คนก็ถามกันเยอะว่าให้ต่างประเทศทำรึเปล่า ตั้งแต่นั้นเราจึงพบว่าความสามารถของทีมงานของเราเนี่ย
นอกจากจะทำงานในบ้านเราแล้ว ยังสามารถช่วยเหลือทางด้านอุตสาหกรรมโฆษณาหรือว่าอุตสาหกรรมอื่นๆ
ที่จำเป็นต้องใช้ได้ หรือถ้าใครต้องการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในรูปแบบใหม่ๆ
ซึ่งผมคิดว่ามันก็เป็นปรากฎการณ์ที่ดี
หลังจากนั้นมาเราก็ได้งานโฆษณาเข้ามาอีกเยอะมาก
ซึ่งมีตั้งแต่ลูกค้าที่ไม่ได้มีงบเยอะจนถึงลูกค้างบเยอะเช่น Freedom
frock ของ One2call เป็นคอนเซ็ปต์ที่ต้องการสื่อถึงการคิดนอกกรอบ ซึ่งจริงๆ
คอนเซ็ปต์อย่างนี้ไปทำเป็นโฆษณาธรรมดาก็ได้ แต่ว่าการนำเสนอจะทำอย่างไรให้คนดูนั่งอยู่หน้าจอรู้สึกว่าแตกต่าง
น่าสนใจ สวยงาม คือทีมงานเราเชื่อเสมอว่า คำว่าการ์ตูนไม่ใช่แค่เหมาะสำหรับเด็ก
การ์ตูนเป็นชื่อเรียกที่เราเคยชินกันเท่านั้น จริงๆ แล้วการ์ตูนมันมีความลึกและมีแนวทางของมันเยอะมาก
ซึ่งตรงนี้ทางทีมงานของเราสามารถช่วยได้เยอะมาก"ปัจจุบันผลงานของบริษัทวิธิตา
แอนิเมชั่น จำกัด กลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปไกลถึงต่างประเทศ ซึ่งวัดได้จากรางวัลต่างๆ
มากมาย อันการันตีได้ถึงความสามารถ"ในช่วง1-2ปีที่ผ่านมา เราเป็นบริษัทที่ทำแอนิเมชั่นในอันดับต้นๆ
ซึ่งบริษัทที่ทำแอนิเมชั่นตอนนี้มีไม่ถึง 10 บริษัท และเรายังได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงICT
ซึ่งได้จัดงานแทม คืองาน Thailand Animation Multimedia ขึ้นเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา
และทางกระทรวงก็จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมซอฟแวร์ชื่อSIPA ขึ้น เพราะถือว่าแอนิเมชั่นเป็นรูปหนึ่งของซอฟแวร์
ในงานแทมครั้งแรกนี้ เราก็ยังเป็นคนออกแบบโลโก้ให้ ภูมิใจมากเพราะว่าเป็นงานระดับชาติงานแรก
จนกระทั่งล่าสุดมีการจัดงานใหญ่ขึ้นคือ ICT Expro ซึ่งเป็นงานระดับภูมิภาค
ในช่วงเดือนสิงหาคม ทางเราก็ได้รับเกียรติให้ออกแบบโลโก้อีก ผมยังได้รับเชิญให้มีส่วนร่วมบ้างในSIPAปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งในคณะอนุกรรมการทางด้านแอนิเมชั่น
มัลติมีเดีย ซึ่งข้างในก็มีคนเก่งๆ อยู่หลายคน ก็หวังว่าคงเป็นแรงผลักดันให้อุตสาหรกรรมนี้เจริญเติบโตแบบยั่งยืนต่อไปครับ"
ก้าวต่อไปข้างหน้าขององค์กรเล็กๆ
แห่งนี้ คุณสันติไม่ได้วาดฝันว่าการ 'โกอินเตอร์' ต้องเป็นจุดมุ่งหมายหลักของการทำงาน
เพียงแค่อยากให้ บริษัทวิธิตา แอนิเมชั่น จำกัด เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้งานของคนไทยได้ผลิตผลงานชั้นคุณภาพออกมาเท่านั้น
เพราะคุณสันติเชื่อน่ว่า เมื่อผลงานแต่ละชิ้นที่คับแน่นด้วยคุณภาพ
จะเป็นตัวผลักดันให้มันสามารถก้าวไปได้ด้วยตัวเอง
|