อีกหนึ่งการเดินทางของคุณทิม อาริญา ปราสาททองโอสถ ศิษย์เก่ารุ่นที่ 18 ของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายขาย แห่งสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ที่หลวงพระบาง เพื่อไปสัมผัสชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยสีสันแห่งวัฒนธรรมที่คุณทิมเองก็บอกได้แต่เพียงว่าไม่ไปไม่รู้ ออกเดินทางในตอนสายๆ ไปกับเครื่องบินสวยๆ ของบางกอกแอร์เวย์สซึ่งคุณทิมใช้เดินทางเป็นประจำ เธอแปลงร่างจากสาววัยทำงานกับชุดอันภูมิฐานมาเป็นนักท่องเที่ยวบุคลิกกระฉับกระเฉงด้วยเสื้อยืดโปโล กางเกงผ้าสีขาวสะอาดตาและรองเท้าคัดชูสีขาวดูนุ่มสบายเหมาะกับการเดินเที่ยว พร้อมเป้สะพายหลังขนาดกะทัดรัดที่เธอใช้ใส่ของใช้ส่วนตัวนอกเหนือจากกระเป๋าใส่เสื้อผ้าขนาดกำลังดีที่ไม่ต้องอาศัยกำลังภายในเวลายก แค่นี้คุณทิมก็พร้อมแล้วกับการไปเยือนหลวงพระบาง เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเพชรน้ำงามอีกหนึ่งเม็ดในภูมิภาคอินโดจีนที่เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบเงียบเรียบง่ายในแบบเมืองพี่เมืองน้องน่ารักเป็นกันเอง เพื่อเพิ่มพลังให้ชีวิตด้วยสิ่งที่เมืองใหญ่ๆ อย่างกรุงเทพหาได้ยากยิ่ง เครื่องบินแบบเอทีอาร์ลำใหม่หมดจด แต่งแต้มสีสันดูสดใสสบายตาทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนว่าวันหยุดได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่เห็นเครื่องบินขณะผู้โดยสารทยอยเดินขึ้น ณ ลานจอดของท่าอากาศยานกรุงเทพ เครื่องบินบินตรงถึงหลวงพระบางในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง โดยทัศนียภาพอันเขียวขจีของเมืองหลวงพระบางจากหน้าต่างเครื่องบินทำให้คุณทิมตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้ไปเที่ยวชมและพักผ่อนให้สมกับเป็นวันพักร้อนที่เธอตั้งตารอมาหลายเดือน ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอมาเยือนหลวงพระบางก็ตาม
เข้าเช็คอินที่โรงแรมเดอะแกรนด์หลวงพระบางซึ่งเคยเป็นวังเก่าติดกับริมฝั่งโขง และเนื่องจากเป็นโรงแรมที่อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10 นาที ทางโรงแรมก็มีบริการรับส่งผู้โดยสารทางเรือด้วย พอคุณทิมเห็นห้องปุ๊บก็อยากนอนแหมะอยู่อย่างนั้น แทบไม่อยากขยับเขยื้อนตัวไปไหนเลย เตียงนุ่มสบายในห้องที่วางอินทีเรียได้อย่างมีรสนิยมด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และหวายที่ดูคลาสสิก ในคอนเซ็ปต์ของหลวงพระบางโดยแท้ ขณะที่กำลังดื่มด่ำกับความเก๋ของห้องพักอยู่นั้น รุ่งตะวันเพื่อนชาวหลวงพระบางที่คุณทิมรู้จักตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ที่อเมริกาก็โทรศัพท์เข้ามาหาที่ห้องเพื่อแจ้งว่าเธอมาถึงที่ล็อบบี้ของโรงแรมแล้ว ด้วยความที่สองสาวได้นัดแนะกันมาพบเจอเพื่อไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ และรุ่งตะวันได้อาสาเป็นไกด์พาคุณทิมไปเที่ยวหลวงพระบางในซอกมุมที่รุ่งตะวันการันตีความเก๋ไก๋ ว่าแล้วคุณทิมก็จัดแจงคว้าเป้ใบเท่แล้วก็ออกไปตะลุยหลวงพระบางกับรุ่งตะวันในวันที่ฟ้าใสเป็นใจอย่างยิ่ง
ภายในรถเปอร์โยต์สีขาวของรุ่งตะวัน คุณทิมคุยกับรุ่งตะวันเป็นภาษาไทย ส่วนรุ่งตะวันก็จะตอบเป็นภาษาลาว สองสาวก็เลยคุยกันไปหัวเราะกันไปอย่างสนุกสนานจนความแตกต่างของภาษาซึ่งพอจะเดาความหมายกันไปมาได้ก็ขมวดเกลียวเข้าราวกับเป็นภาษาเดียวกัน คุณทิมไม่ได้วางแผนเที่ยวอะไรมากมายเพียงแต่ต้องการมาพักผ่อนและมาเจอเพื่อนเท่านั้น งานนี้รุ่งตะวันก็เลยจัดโปรแกรมให้แบบหลวมๆ โดยเธอพาคุณทิมมาที่บ้านของเธอเป็นที่แรก
 
บ้านของรุ่งตะวันเป็นบ้านสีเบจสไตล์โคโลเนี่ยลขนาดใหญ่มีบริเวณกว้างด้วยสนามหญ้าและต้นก้ามปูใหญ่สองสามต้นที่ปลูกอยู่ตามแนวรั้ว และยังมีต้นไม้ใบอีกหลายชนิดแผ่กิ่งให้ความร่มรื่น ภายในบ้านก็ดูสะอาดสะอ้านและของแต่งบ้านทุกชิ้นล้วนเป็นของเก่าแก่ซึ่งตกทอดมาแต่สมัยคุณย่าทวดซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสที่ได้แต่งงานกับคุณปู่ทวดซึ่งเป็นคหบดีในสมัยนั้น รุ่งตะวันจึงมีพี่ชายหน้าตาดีชื่อคุณวัตถุมงคล หนุ่มใหญ่การศึกษาดีจากซอร์บอนซึ่งกลับมาเยี่ยมบ้านในช่วงพักร้อนเช่นกัน เนื่องจากคุณพ่อของรุ่งตะวันซึ่งเป็นทูตนั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว รุ่งตะวันจึงอยู่กับคุณแม่ชื่อเทพเวียงชัยผู้ซึ่งเป็นกุลสตรีชาวลาวที่มีบุคลิกท่วงทีวาจาสง่างามและอ่อนโยนตามแบบฉบับของสาวหลวงพระบางแท้ๆ คุณทิมใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายที่บ้านของรุ่งตะวันและได้ทานอาหารแบบต้นตำรับหลวงพระบางอันได้แก่แจ่วบองจิ้มกับไคลแผ่น และสลัดหลวงพระบาง ซึ่งเป็นฝีมือคุณแม่เทพเวียงชัยที่คุณทิมต้องขอจดสูตรสลัดหลวงพระบางไร้ไขมันรสชาติอร่อยกลับมาด้วย บทสนทนาดำเนินไปจนถึงเกือบสามทุ่มแล้วคุณทิมเลยขอตัวกลับเพราะเกรงใจคนบ้านนี้ซึ่งโดยปกติจะเข้านอนเร็ว รุ่งตะวันพาคุณทิมมาส่งที่โรงแรมและนัดแนะมาพบกันอีกทีในตอนเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ผ่านค่ำคืนที่แสนสบาย คุณทิมตื่นแต่เช้ามืดโดยรุ่งตะวันแวะมารับประมาณตีห้าครึ่งเพื่ออกไปตักบาตรข้าวเหนียวที่บริเวณถนนใกล้กับวัดในเมือง นับเป็นประเพณีของนักท่องเที่ยวที่มาที่นี่เลยทีเดียวว่าจะต้องตักบาตรข้าวเหนียวกันสักครั้ง การตักบาตรนี้จะใส่แต่ข้าวเหนียวส่วนกับข้าวนั้นชาวบ้านจะตามไปใส่ที่วัด ตักบาตรเสร็จจิตใจแช่มชื่น พอกลับมาที่โรงแรมคุณทิมก็ได้รับข้อความจากทางกรุงเทพว่าสุนัขตัวโปรดเกิดไม่สบาย คุณทิมเลยตัดสินใจกลับกรุงเทพในเที่ยวบินต่อไปช่วงบ่ายโมงวันนั้นเลย นั่นหมายความว่าคุณทิมยังมีเวลาเหลือที่หลวงพระบางอีกเพียงไม่กี่ชั่วโมงเพื่อที่จะเที่ยวชมเมือง แต่เนื่องจากอานิสงค์ที่ตื่นแต่เช้า คุณทิมกับรุ่งตะวันจึงมีเวลาละเลียดอาหารเช้ากันพอสมควรทีเดียว หลังจากรุ่งตะวันที่แสนดีเป็นธุระเรื่องเลื่อนการเดินทาง คุณทิมก็กลับเข้าห้องเพื่อจัดแจงเก็บกระเป๋าแล้วออกมาเช็คเอ้าท์ เก้าโมงเช้าสองสาวก็อยู่ในรถของรุ่งตะวันมุ่งหน้าสู่วัดเชียงทอง วัดคู่บ้านคู่เมืองอันเป็นสัญลักษณ์ของหลวงพระบางซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง เป็นวัดซึ่งสร้างในปีคริสตศักราช 1559-1560 สมัยเจ้าชีวิตลาวชัยเชษฐาธิราช บริเวณลานวัดอันสะอาดสะอ้านตา ในละแวกเดียวกันเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์และพระบรมมหาราชวังซึ่งสืบทอดมาตั้งแต่สมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ในต้นศตวรรษที่ 20 เพียงแค่ได้เก็บรูปกับเพื่อนเก่าที่แสนดีอย่างรุ่งตะวันที่หลวงพระบางวันนี้ คุณทิมก็มีความสุขแล้ว ก่อนถึงสนามบินรุ่งตะวันยังอุตส่าห์โฉบไปให้คุณทิมได้ลงไปซื้อของฝากพื้นเมืองติดไม้ติดมือซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นผ้าทอมือ กระเป๋าย่ามและไม่ลืมที่จะซื้อเสื้อยืด "เบยลาว" กลับมาด้วย คราวหน้าถ้ามีโอกาสจะต้องมาให้ครบสามวันให้ได้เลยทีเดียว เมืองเล็กๆ กับเสน่ห์ที่ดึงดูดนักเดินทางอย่างแท้จริง … นี่ล่ะเมืองหลวงพระบาง