Who is who
ABACA Committee




ABACA PROFILE
Jan - April 2007
<- Previous Issues->


CGA VISA CARD


 
Overhornsound Overhorn โอเวอร์ฮอร์น ซาวด์ เครื่องเสียงรถยนต์
Overhornsound Overhorn โอเวอร์ฮอร์น ซาวด์ เครื่องเสียงรถยนต์
   
งานเพื่อโลกสวย ของ คัทลียา แมคอินทอช

แม้ตารางชีวิตจะเต็มไปด้วยงานตลอดสัปดาห์ คุณแหม่ม คัทลียา แมคอินทอช ศิษย์เก่าเอแบครุ่นที่ 25 ดาวหนึ่งดวงจากสมาคมชมดาวยอมเจียดเวลาให้ ABACA ได้สนทนาระหว่างช่วงเบรคอัดรายการสมาคมชมดาว พร้อมเป็นแบบขึ้นปก Profile ด้วยชุดสวยสมเป็นนางเอกเบอร์หนึ่งของวงการบันเทิงไทย
บทสนทนาในวันนั้น ไม่เกี่ยวกับบทบาทการแสดงแต่เป็นบทบาทในชีวิตจริงของคุณแหม่ม กับตำแหน่ง ทูตยูนิเซฟ กิจกรรมคืนกำไรให้สังคมที่คุณแหม่มเสนอตัวเป็นอาสาสมัคร แม้ก่อนหน้านี้จะบริจาคให้มูลนิธิยูนิเซฟทุกเดือน แต่เธอบอกว่าอยากช่วยยูนิเซฟมากกว่าการบริจาคเงินเพียงอย่างเดียว โดยได้รับแรงจูงใจจากคุณอานันท์ ปัณยารชุน ที่กล่าวไว้ว่า “การลงทุนที่มีค่า คือลงทุนกับเด็ก เพราะอนาคตเขาก็จะเป็นผู้ดูแลประเทศต่อไป” จากคำกล่าวสั้นๆ แต่กินใจความได้ลึกซึ้ง ทำให้เด็กอยู่ในความรู้สึกของคุณแหม่มเสมอมา กระทั่งมีโอกาสเข้ามาช่วยเด็กในมูลนิธิยูนิเซฟ
“แหม่มเสนอตัวเองไปเป็นอาสาสมัครเอง เพราะเห็นคุณลุงอานันท์ ปัณยารชุน ไปร่วมกิจกรรมของยูนิเซฟ แหม่มก็ขออาสาไปช่วย จากที่เคยเห็นแค่แผ่นพับแล้วบริจาคเงินทุกเดือน แหม่มรู้สึกว่าอยากช่วยยูนิเซฟมากกว่าบริจาคเงิน ประกอบกับช่วงนั้นทางยูนิเซฟกำลังหาทูตเยาวชนเมื่อดูคุณสมบัติแหม่มก็ได้รับคัดเลือกเป็นทูตเยาวชน” คุณแหม่มอรรถาธิบายถึงที่มาของตำแหน่งทูตเยาวชน
ประสบการณ์เป็นทูตเยาวชนที่ยูนิเซฟตลอดระยะเวลาสองปี นับเป็นกำไรที่เพิ่มคุณค่าให้กับชีวิตจากการสัมผัสเด็กติดเชื้อ HIV รวมถึงเด็กด้อยโอกาส เพราะได้สัมผัสด้วยตาและใจ เป็นประสบการณ์ที่คุณแหม่มบอกว่า ทำให้รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่ามากขึ้นเยอะ
“เวลาเราไปร่วมกิจกรรม ได้ไปเห็นเด็กติดเชื้อเอดส์กับตา ซึ่งแหม่มว่าการที่เราได้เห็นนั้นดีกว่าได้ยิน ทำให้รู้สึกว่าสังคมไทยมีอะไรต้องให้ช่วยเหลืออีกมาก ไม่ใช่รับอยู่อย่างเดียว เราควรลงมือทำด้วย เมื่อมีกินพอเพียงแล้ว ส่วนเกินน่าจะนำมาแบ่งปันให้คนเหล่านี้ที่เขาขาด”
การเข้ามาเป็นทูตเยาวชน นอกจากจะได้ประสบการณ์ และคุณค่าชีวิตแล้ว
คุณแหม่มสะท้อนถึงความประทับใจและสะเทือนใจที่เด็กด้อยโอกาสเหล่านี้ คือหนึ่งในปัญหาสังคมที่ทุกคนในสังคมควรเหลียวหลังกลับมามองและให้กำลังใจมากกว่าเพิกเฉย
“ สิ่งที่แหม่มรู้สึกประทับใจคือ คนป่วยที่ติดเชื้อเอชไอวีเหล่านี้เขามีความตั้งใจสู้ ยิ่งเมื่อมีคนให้กำลังใจเขาจะสู้ยิบตา เราจะต้องเป็นคนให้กำลังใจเขา สิ่งที่สะเทือนใจ คือ จำนวนคนที่ป่วยติดเชื้อ HIV มีจำนวนเยอะมาก หรือเด็กที่ติดเชื้อหลังจากพ่อแม่ตายเพราะเอดส์ แหม่มว่าน่าเป็นห่วง ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ของสังคม ซึ่งเรามีปัญหาเยอะมาก แต่ปัญหาเด็กแหม่มคิดว่าสำคัญเพราะเด็กคืออนาคตของชาติ ส่วนผู้ใหญ่คืออนาคตของเด็ก”
นอกจากร่วมทำประโยชน์เพื่อเด็กแล้ว ในฐานะเป็นนักแสดงและพิธีกรในดวงใจของคนไทย คุณแหม่มได้ทำรายการ I See U ร่วมกับพี่ชาย วิลลี่ แมคอินทอช ซึ่งเป็นรูปแบบรายการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์ที่กำลังจะสูญพันธุ์เพื่อประโยชน์และสร้างจิตสำนึกให้คนในสังคมเรื่องการอนุรักษ์สัตว์ป่า หน้าที่สะท้อนเรื่องราวในสังคมของคุณแหม่ม ในฐานะเป็นนักแสดงที่เป็น celebrity มาจากความชื่นชอบเที่ยวของสองพี่น้อง และต้องการรักษาสิ่งแวดล้อมให้อยู่ยงไปจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน จึงเป็นจุดกำเนิดรายการเพื่อสังคมขึ้น
“พี่วิลลี่เป็นคนจุดประกายว่าการที่เราสองคนชอบเที่ยว ชอบดำน้ำ ก็น่าจะทำรายการที่ดูแลอนุรักษ์สัตว์ เพราะเราอยากเที่ยวก็ต้องรู้จักอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ดูด้วย ซึ่งการทำลายมันรวดเร็วมากแต่การอนุรักษ์นั้นต้องใช้เวลานาน อย่างต้นไม้ สัตว์ป่า กว่าจะโตใช้เวลาตั้งหลายปี สองคนพี่น้องก็เลยคิดว่าน่าจะทำอะไรให้เป็นประโยชน์คืนกลับสู่สังคมได้ จึงเกิดรายการไอซียู ที่ออกอากาศทุกวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยใช้ความเป็นตัวเองนำเสนอสู่สังคมด้วยสไตล์ที่ดูเข้าใจง่าย เป็นรูปแบบรายการอนุรักษ์สัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์ เพื่อต้องการสร้างจิตสำนึกให้คนหันมาดูแลสัตว์ป่าที่กำลังจะสูญพันธุ์ ซึ่งบางคนอาจมองข้าม หรือบางคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน”
หลังจากนำเสนอรายการดีๆ สู่สังคม ทำให้รายการของคุณแหม่มและพี่ชายประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย ซึ่งกลุ่มผู้ชมส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวที่มีผู้ใหญ่และเด็กดูค่อนข้างเยอะ ซึ่งตรงกับเป้าหมายของการนำเสนอรายการที่ต้องการปลูกฝังให้เด็กและผู้ใหญ่เข้ามาช่วยอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม และไม่ทำลาย
ในฐานะผู้นำเสนอรายการที่เป็นประโยชน์คืนกลับสู่สังคมคุณแหม่มต้องทำการบ้านทั้งหาข้อมูล อ่านหนังสือ รวมถึงติดต่อประสานงานกับมูลนิธิอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า และอาศัยความช่วยเหลือจากหลายฝ่าย ก่อนจะถ่ายทำเป็นภาพแบบ Real time ที่นำเสนอจากการลงพื้นที่จริง แม้จะต้องฟันฝ่ากับอุปสรรคขวากหนามข้างหน้าแบบลุยๆ บ้าง แต่เธอก็รู้สึกมีความสุข ที่สำคัญสะท้อนให้เห็นถึงสัตว์ป่าหลากหลายพันธุ์ของไทยที่กำลังจะสูญพันธุ์ซึ่งส่วนใหญ่มาจากน้ำมือมนุษย์
“สัตว์ป่าแต่ละตัวแต่ละพันธุ์มีการสูญพันธุ์ไม่เหมือนกัน บางตัวถูกรุกรานจากสัตว์ตัวอื่น บางตัวก็ถูกมนุษย์ล่าสิ่งที่อันตรายสำหรับสัตว์ก็คือมนุษย์”
การนำเสนอรูปแบบรายการของคุณแหม่มและคุณวิลลี่ จึงเป็นสื่อกลางที่สะท้อนให้สังคมได้รับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น และถูกมองข้าม โดยเฉพาะสัตว์ป่าที่ถูกมองว่าเป็นสิ่งไกลตัว คุณแหม่มจึงอยากทำหน้าที่รับผิดชอบต่อสังคม ในฐานะเป็น celebrity โดยนำเสนอรูปแบบรายการที่ชัดเจน เพื่อจุดประกายให้คนในสังคมได้หันกลับมามอง และร่วมใจอนุรักษ์สัตว์ป่าบ้าง
“แหม่มคิดว่าการนำเสนอรูปแบบรายการที่ชัดเจนในสไตล์ของเราสองคนพี่น้อง คิดว่าน่าจะทำให้คนดูเชื่อในสิ่งที่เราเสนอและช่วยอีกแรง ส่วนชาว abaca ทุกคน แหม่มมีสามัญสำนึกทุกคนอยู่แล้ว เราก็คือผู้ใหญ่ขอให้คิดดี ทำดี พูดดี ประเทศจะมีปัญหาน้อยลงถ้าทุกคนไม่เห็นแก่ตัว และไม่เป็นภาระให้สังคม”
แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ..".

 

Copyright © 2004: Assumption University Alumni Association All rights reserved.
Developed by WebPlant.net