เรามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับสิ่งที่เราชอบ
ทำในสิ่งที่เรารัก เพราะนั่นคือความสุข ซึ่งแน่นอนว่าความสุขของแต่ละคนต่างกัน
ความสุขของบางคนยังสามารถแบ่งปันไปสร้างความสุขให้คนอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแบ่งปันความสุขให้กับคนที่ด้อยโอกาสกว่าเรา...เฉกเช่นที่ผู้ชายคนนี้ได้นำความสุขจากการเล่นกอล์ฟมาสร้างความสุขให้กับคนอื่น
ๆ ...
คุณทวีสิน
ภาณุพัฒนพงศ์ ศิษย์เก่ารุ่นที่ 11 คณะบริหารธุรกิจ อุปนายกสมาคมศิษย์เก่า
มหาวิทยาลัย
อัสสัมชัญ(ABACA) ฝ่ายกิจกรรมพิเศษ
เล่นกอล์ฟมาได้ 18 ปีแล้ว โดยส่วนตัวไม่ต้องการที่จะกลายเป็นโปร ต้องการเล่นในเวลาที่อยากจะเล่น
ชอบเล่นกีฬานี้เพราะเห็นว่ามันเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง หลังจากเรียนจบโทจากอเมริกาพอกลับมาทำงาน
พวกเพื่อนก็ชวนไปตี และเจ้านายก็เล่น จึงอยากลองเล่นดู ไปลองไดร์ฟกอล์ฟ
ในตอนแรกคิดว่าเป็นกีฬาที่น่าเบื่อมาก แค่วางลูกและจับไม้ตีให้โดน
แต่พอได้ลองมาเล่นดูก็เริ่มชอบ เห็นเสน่ห์ของกีฬาประเภทนี้ เป็นการแข่งขันกับตัวเองและวัดว่าเรามีสมาธิแค่ไหน
วันไหนที่ตีไม่ดี เราจะรู้โดยทันทีว่าเป็นเพราะร่างกายไม่พร้อม หรือสมาธิและจิตใจเรา
ไม่พร้อมที่จะเล่นในวันนั้น
.หากต้องการจะรู้นิสัยของเพื่อนหรือคนที่ต้องการร่วมงานด้วย
ลองชวนไปตีกอล์ฟดู เพราะกีฬานี้สามารถบ่งบอกนิสัยใจคอของคนได้ บางคนดูข้างนอกเหมือนเป็นคนใจเย็น
แต่พอมาให้ลองตีกอล์ฟดู นิสัย กิริยา มารยาทอาจจะเปลี่ยนไปได้
กับความเข้าใจที่ว่า
การที่จะเข้ามาเล่นกอล์ฟได้นั้น บุคคลนั้นจะต้องมีฐานะพอสมควร...
กีฬากอล์ฟไม่ใช่กีฬาของคนรวยเสมอไป คนทุกสถานภาพสามารถเล่นได้ ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน
ไม่ได้มีการแบ่งว่าคนไหนรวยหรือคนไหนจน คนที่มีงบน้อยไม่จำเป็นที่จะต้องไปสนามที่มีราคาแพง
ขับรถไปไกลหน่อยก็มีสนามที่มีราคาพิเศษอีกมากมาย กีฬานี้ทำให้เราได้รู้จักคนมากขึ้น
ได้เจอเพื่อนใหม่อยู่เสมอ เพราะแต่ละที่ แต่ละ องค์กร มีการจัดกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟกันอยู่ตลอด
เราสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ แนวความคิด และปรึกษาธุรกิจกับเพื่อน ๆ
ที่ไปร่วมตีกอล์ฟกับเราได้เสมอ คนที่มองว่าการที่จะเข้ามาเล่นกอล์ฟได้จะต้องมีเวลานั้น
ถ้าเรารู้จักบริหารเวลา แบ่งเวลาได้ อย่างผม ผมเป็น family man เป็นเจ้าของกิจการ
เข้าทำงานทุกน งานที่ทำอยู่ไม่เคยเสีย เพราะผมสามารถจัดเวลาให้กับชีวิตตัวเองได้
ผมจะตื่นแต่เช้าไปตีกอล์ฟในวันหยุด ออกรอบ 18 หลุม เสร็จก็ประมาณเกือบเที่ยง
กลับมาบ้านและยังสามารถรับครอบครัวออกไปทานข้าวเที่ยงกันได้
จากการกีฬาสู่การกุศล
คืนสิ่งที่ดีคืนกลับสู่สังคม...
โดยส่วนตัวคิดว่าเมื่อชีวิตมีความพร้อมก็จะพยายามคืนสิ่งที่ดีกลับสู่สังคม
จึงเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการของสมาคมศิษย์เก่าเอแบค (ABACA) มานานกว่า
10 ปีแล้ว การที่ได้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ทำให้ตนเองต้องจัดหากิจกรรมที่จะเป็นศูนย์กลางของการรวมตัวของเหล่าบรรดาศิษย์เก่าทุกรุ่น
ทุกคณะ ด้วยความชอบส่วนตัวบวกกับกอล์ฟเป็นกีฬาที่ศิษย์เก่าจำนวนมากเล่นกันอยู่แล้ว
จึงนำกอล์ฟเข้ามาเป็นกิจกรรมเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของรุ่นพี่รุ่นน้อง
หลังจากที่เล่นกอล์ฟกันมาได้ซักระยะ ก็มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มาเล่นกันมากขึ้น
รู้จักคนมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น เมื่อทีมแข็งแกร่ง ก็คิดว่าเราน่าจะพร้อมที่จะจัดกิจกรรมเพื่อการกุศล
คืนกำไรกลับสู่สังคม อย่างเช่น เด็กด้อยโอกาส เด็กที่พิการซ้ำซ้อน
และอื่น ๆ ในทุก ๆ ปี จึงจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศลปีละหนึ่งครั้ง
หลังแข่งกอล์ฟเสร็จ ในวันนั้น รายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว รายได้ทั้งหมด
เราจะบริจาคให้แก่องค์กรกุศลนั้นทันทีในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งจะมีตัวแทนองค์กรการกุศลมารับเงินบริจาค
นอกจากพวกเราจะมาสนุกกับกีฬาแข่งกอล์ฟกันแล้ว พวกเรายังได้มาร่วมทำกุศลกันด้วย
ได้จัดแข่งขันกอล์ฟการกุศลมาเป็นเวลา 8 ปีแล้ว และได้บริจาคเงินให้แก่องค์กรกุศลต่าง
ๆ รวมแล้ว คาดว่า ABACA บริจาคเงินไปแล้วเป็นตัวเลขจำนวน 7 หลัก
ปัจจุบันผมได้ตั้งชมรมกอล์ฟชื่อ ABAC UNITY GOLF CLUB ขึ้นเป็นชมรมที่ทาง
ABACA สนับสนุนอยู่ ชมรมนี้จัดเพื่อศิษย์เก่าเอแบคที่ชื่นชอบในกีฬากอล์ฟ
จัดการแข่งขันแบบเป็นการสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง ปีละ 3 ครั้ง และครั้งที่
4 ก็จะเป็นการแข่งขันเพื่อการกุศลเพื่อนำรายได้บริจาคให้กับมูลนิธิต่าง
ๆ
การแข่งขันกอล์ฟการกุศลชิงถ้วย
ฯพณฯ พ.ต.ท. ดร.ทักษิณ ชินวัตร ในครั้งหน้านี้จะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่
21 มกราคม 2548 โดยคุณทวีสิน รับหน้าที่เป็นประธานจัดงาน โดยรายได้เมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้วจะนำไปบริจาคให้แก่สภากาชาดไทย
และเชื่อว่าครั้งนี้จะพิเศษและคึกคักกว่าครั้งก่อน ๆ เพราะสมาคมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
(ABACA) ได้ร่วมกับสมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าสถาบันในเครือมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
(CGA) มาร่วมสร้างกุศลด้วย...
|